
เจาะลึก BYD SHARK 6: กระบะ PHEV พลิกโฉมตลาดไทย – มุมมองผู้เชี่ยวชาญจากประสบการณ์ 10 ปี
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของตลาดรถยนต์อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ยุครุ่งเรืองของเครื่องยนต์สันดาปภายใน สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในยุคของยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด และในวันนี้ การมาถึงของ BYD SHARK 6 กระบะ PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) พวงมาลัยขวา ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ธรรมดา และอาจเป็นตัวเปลี่ยนเกมในตลาดรถกระบะไทยอย่างแท้จริง บทความนี้จะนำท่านไปสำรวจทุกแง่มุมของ BYD SHARK 6 ด้วยสายตาของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำความเข้าใจว่าทำไมรถกระบะคันนี้จึงน่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของเทรนด์ยานยนต์ปี 2026
BYD SHARK 6: จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดรถกระบะ
BYD ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ผลิตรถยนต์อีกราย แต่เป็นยักษ์ใหญ่ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยแนวคิด Vertical Integration หรือการผลิตชิ้นส่วนเองเกือบทั้งหมด ตั้งแต่แบตเตอรี่ไปจนถึงเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้ BYD มีความได้เปรียบเชิงต้นทุนและนวัตกรรมอย่างมหาศาล และในประเทศไทย BYD ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว การเปิดตัว BYD SHARK 6 จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการเปิดศักราชใหม่ของรถกระบะพลังงานทางเลือก ที่ฉีกขนบเดิมๆ ของตลาดกระบะที่เคยรู้จักกันดี
เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หลายท่านคงได้สัมผัสคันจริงของ BYD SHARK 6 ที่นำมาจัดแสดง ซึ่งสร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก ด้วยดีไซน์ที่แข็งแกร่ง บึกบึน แต่แฝงไว้ด้วยความทันสมัย และล่าสุดกับการทดสอบสมรรถนะครั้งแรกในประเทศไทย ณ สนามพีระเซอร์กิต พัทยา ซึ่งเป็นกระบะ PHEV พวงมาลัยขวาที่ผลิตจากประเทศจีนและส่งออกไปทำตลาดทั่วโลก การทดสอบครั้งนี้เปิดเผยศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของ BYD SHARK 6 ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในด้านการขับขี่และเทคโนโลยี
BYD SHARK 6 กับมิติใหม่ของรถกระบะ Compact Pick-up
BYD SHARK 6 เปิดตัวครั้งแรกในโลกเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยเป็นกระบะรุ่นแรกของ BYD ที่มาพร้อมขุมพลัง DM-O Plug-in Hybrid และโดดเด่นด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่ที่สุดในเซกเมนต์ Compact Pick-up มิติภายนอกที่น่าประทับใจนี้บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นของ BYD ในการนำเสนอรถกระบะที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ
ความยาว: 5,457 มิลลิเมตร
ความกว้าง: 1,971 มิลลิเมตร
ความสูง: 1,925 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 3,260 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance): 200 มิลลิเมตร
ความสามารถในการลุยน้ำสูงสุด: 700 มิลลิเมตร
ขนาดความจุของกระบะท้าย: 1,200 ลิตร
รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด: 790 กิโลกรัม
รองรับน้ำหนักการลากจูง: 2,500 กิโลเมตร
มุมไต่: 31 องศา
ด้วยมิติตัวถังที่ใหญ่โตนี้ BYD SHARK 6 สามารถท้าชนกับรถกระบะขนาดกลางในตลาดได้อย่างสบาย ให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง และพื้นที่บรรทุกสัมภาระที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานส่วนตัวและเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก ความสามารถในการลุยน้ำและมุมไต่ที่ดีเยี่ยมยังตอกย้ำความเป็นรถกระบะที่พร้อมลุยทุกสภาพถนนในประเทศไทยอีกด้วย นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการเลือก รถกระบะไฮบริด ที่ไม่ทิ้งความเป็นรถลุยแต่อย่างใด
ขุมพลัง DM-O Plug-in Hybrid: หัวใจหลักของ BYD SHARK 6
ภายใต้ฝากระโปรงของ BYD SHARK 6 คือหัวใจสำคัญที่ทำให้รถคันนี้แตกต่าง: ระบบขับเคลื่อน 1.5 TURBO Plug-in Hybrid DM-O (Dual Mode Off-road) ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร พ่วงเทอร์โบ เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า EHS (Electric Hybrid System)
พละกำลังรวมสูงสุด: 436 แรงม้า (PS)
แรงบิดสูงสุด: 650 นิวตันเมตร
ระบบขับเคลื่อน: 4 ล้อ All-Wheel Drive พร้อมระบบกระจายแรงบิดอัจฉริยะ
แบตเตอรี่: Blade Battery ขนาดความจุ 29.5 kWh
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ภายใน 5.7 วินาที
ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน: 100 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC)
ระยะทางวิ่งสูงสุดรวม: 840 กม. (น้ำมัน+ไฟฟ้า)
การชาร์จเร็ว DC Fast Charge: จาก 30-80% ภายใน 25 นาที
ระบบ V2L (Vehicle to Load): จ่ายกระแสไฟฟ้า 220V ให้กับอุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 6,000 วัตต์ (6 kW)
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึง สมรรถนะกระบะไฟฟ้า ที่เหนือความคาดหมายสำหรับรถกระบะ เทคโนโลยี DM-O ไม่เพียงให้พละกำลังที่เหลือเฟือสำหรับการเร่งแซงและการขับขี่บนทางหลวง แต่ยังมอบความยืดหยุ่นในการใช้งานในเมืองด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 100 กม. ซึ่งช่วยลด ค่าใช้จ่ายรถ PHEV ได้อย่างมีนัยสำคัญ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะยังทำให้ BYD SHARK 6 เป็น รถกระบะประหยัดพลังงาน ที่ยังคงรักษาความสามารถในการเดินทางบนเส้นทางทุรกันดารได้อย่างยอดเยี่ยม
จุดเด่นที่ไม่อาจมองข้ามคือเทคโนโลยี Blade Battery ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของ BYD ที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยและอายุการใช้งานที่ยาวนาน การรองรับ DC Fast Charge ยังช่วยลดเวลาในการเติมพลังงาน ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องกังวลเรื่องการหา สถานีชาร์จรถไฟฟ้า มากนักในการเดินทางไกล
และที่สำคัญคือฟังก์ชัน V2L ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยกำลังไฟสูงสุด 6,000 วัตต์ ทำให้ BYD SHARK 6 กลายเป็นเหมือนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเคลื่อนที่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายไฟให้เครื่องมือช่างในไซด์งานก่อสร้าง หรือเป็นแหล่งพลังงานสำหรับกิจกรรม Outdoor เช่น การตั้งแคมป์ ฟังก์ชันนี้ถือเป็น Value Proposition ที่แข็งแกร่ง และเป็นสิ่งที่รถกระบะทั่วไปในตลาดไทยยังไม่มีให้ นี่คือหนึ่งในข้อได้เปรียบที่ทำให้ BYD SHARK 6 โดดเด่นจากคู่แข่งอย่างชัดเจน
ช่วงล่างที่เหนือกว่า: ประสบการณ์ขับขี่ระดับพรีเมียม
หนึ่งในประเด็นที่สร้างความประหลาดใจและประทับใจอย่างมากจากการทดสอบคือช่วงล่างของ BYD SHARK 6
ช่วงล่างด้านหน้า: McPherson Strut
ช่วงล่างด้านหลัง: อิสระ Double Wishbone
ระบบเบรก: ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมครีบระบายความร้อน
ล้ออัลลอย: ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/65 R18
การเลือกใช้ช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระ Double Wishbone แทนแหนบแบบดั้งเดิมของรถกระบะทั่วไป สะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบที่ต้องการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ทั้งในด้านความนุ่มนวล การยึดเกาะถนน และเสถียรภาพในการเข้าโค้ง จากการทดสอบในสนาม ผมสามารถยืนยันได้ว่า BYD SHARK 6 ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังขับรถ SUV หรูขนาดใหญ่มากกว่ารถกระบะ การซับแรงกระแทกทำได้ดีเยี่ยม แม้จะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงก็ยังให้ความมั่นคงและมั่นใจ นี่คือช่วงล่างที่เหมาะอย่างยิ่งกับสภาพถนนที่หลากหลายในประเทศไทย ที่ต้องการทั้งความทนทานและ comfort ในเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ช่วงล่างแบบ Double Wishbone ย่อมมีข้อแลกเปลี่ยนในเรื่องของน้ำหนักบรรทุกสูงสุดเมื่อเทียบกับแหนบ แต่สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ รถกระบะไฮบริด ที่เน้นความสบาย การใช้งานแบบไลฟ์สไตล์ หรือแม้แต่เป็นรถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวที่ยังคงความแกร่งแบบกระบะ ช่วงล่างชุดนี้คือคำตอบที่ลงตัว และอาจเป็นจุดเด่นสำคัญที่ดึงดูดลูกค้าจากรถ SUV มาสู่ BYD SHARK 6 ก็เป็นได้
การออกแบบภายนอกและภายในที่ผสานความแกร่งและความล้ำสมัย
BYD SHARK 6 มาพร้อมการออกแบบที่ลงตัวระหว่างความบึกบึนแบบรถกระบะและความทันสมัยของยานยนต์ยุคใหม่
ภายนอก:
ไฟหน้า LED พร้อมฟังก์ชัน Follow-me-home
ไฟ Daytime Running Light แบบ LED
ไฟท้าย LED
ไฟเลี้ยว Sequential ด้านหลัง
ไฟส่องสว่างกระบะท้าย 3 ตำแหน่ง
ดีไซน์ภายนอกของ BYD SHARK 6 ดึงดูดทุกสายตา ด้วยเส้นสายที่คมชัดและองค์ประกอบที่ดูแข็งแกร่ง แต่ในขณะเดียวกันก็มีรายละเอียดที่ประณีต ไฟส่องสว่างแบบ LED รอบคันไม่เพียงให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม แต่ยังเสริมรูปลักษณ์ให้ดูพรีเมียมและล้ำสมัยยิ่งขึ้น
ภายใน:
มาตรวัด Full Digital ขนาด 10.25 นิ้ว
หน้าจอกลาง Touchscreen ขนาด 15.6 นิ้ว (พร้อมระบบหมุนหน้าจอ)
ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (W-HUD)
เบาะนั่งหุ้มหนัง Perforated สีดำ เดินตะเข็บด้ายสีส้ม
เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อม Lumbar Support 4 ทิศทาง
เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า
เบาะนั่งด้านหลังพับพนักพิงลงได้
กระจกหน้าต่างคู่หน้า Acoustic Glass ลดเสียงรบกวน
กระจกหน้าต่างคู่หลัง Privacy Glass
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone แยกอิสระซ้าย-ขวา
ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ภายในห้องโดยสารของ BYD SHARK 6 คือศูนย์รวมของ เทคโนโลยีรถยนต์อัจฉริยะ ที่ทันสมัย เบาะนั่งหนังคุณภาพดีให้ความรู้สึกสบายและโอบรับสรีระ การปรับด้วยไฟฟ้าช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน มาตรวัด Full Digital และหน้าจอกลางขนาดใหญ่ 15.6 นิ้วที่เป็นเอกลักษณ์ของ BYD (พร้อมฟังก์ชันหมุนจอ) มอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลและตอบสนองได้ดีเยี่ยม ระบบ W-HUD ยังช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนนโดยไม่จำเป็น
ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างกระจก Acoustic Glass ที่ช่วยลดเสียงรบกวน และระบบปรับอากาศ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ตอกย้ำถึงความพรีเมียมและสะดวกสบายที่ BYD ต้องการมอบให้ผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไกลหรือใช้ชีวิตประจำวันในเมืองใหญ่เช่น BYD SHARK 6 กรุงเทพ ก็นับว่าตอบโจทย์อย่างครบครัน
ประสบการณ์ทดลองขับ BYD SHARK 6: เหนือความคาดหมาย
จากการทดลองขับในสนามแข่ง สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือตำแหน่งการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ภายในห้องโดยสารทำได้ดี ergonomic ดีเยี่ยม ปุ่มกดหลักใช้งานง่ายอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นชัดเจนและเอื้อมถึง
ขณะออกตัว ความกังวลเรื่องเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรอาจไม่เพียงพอสำหรับรถกระบะขนาดนี้ก็มลายหายไปในพริบตา เมื่อกดคันเร่งเพียงเบาๆ รถก็พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วราวกับรถยนต์ขนาดเล็ก และเมื่อกดคันเร่งเต็มกำลัง BYD SHARK 6 ก็พร้อมพุ่งทะยานด้วยพละกำลังที่เหลือเฟือ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาทีไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันคือประสบการณ์จริงที่สัมผัสได้ถึงความ “เกินกำลัง” สำหรับรถกระบะทั่วไป
สิ่งที่น่าประทับใจอีกประการคือความเงียบภายในห้องโดยสาร เนื่องจากการทำงานส่วนใหญ่จะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก ทำให้ความรู้สึกเหมือนกำลังขับ รถยนต์ไฟฟ้า BYD คันอื่นๆ เมื่อเครื่องยนต์สันดาปทำงานก็มีเสียงบ้าง แต่ก็ไม่ใช่เสียงที่ดังรบกวนจนน่ารำคาญ แสดงให้เห็นถึงการจัดการ NVH ที่ยอดเยี่ยม
แต่ไฮไลต์เด็ดที่สุดคือช่วงล่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง การเปลี่ยนเลนกะทันหัน หรือแม้แต่การซับแรงกระแทกจากพื้นผิวที่ไม่เรียบ BYD SHARK 6 ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ให้ความมั่นคง การยึดเกาะถนนที่ดี และความนุ่มนวลที่ไม่เคยพบในรถกระบะ ด้วย การขับขี่ BYD SHARK 6 ผู้ขับขี่จะสัมผัสได้ถึงความมั่นใจและปลอดภัยในทุกสถานการณ์
ความปลอดภัยระดับสูงสุด: มั่นใจทุกเส้นทางกับ BYD SHARK 6
BYD ไม่เคยประนีประนอมเรื่องความปลอดภัย และ BYD SHARK 6 ก็อัดแน่นไปด้วยระบบความปลอดภัยทั้ง Active และ Passive เพื่อปกป้องผู้โดยสารอย่างเต็มที่
ระบบเบรก: ABS / EBD / BA
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว: ESC
ระบบป้องกันการลื่นไถล: TCS
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน: HSA
ระบบช่วยลงทางลาดชัน: HDC
ระบบเบรกอัตโนมัติ: AEB
ระบบเตือนการชนด้านหน้า: FCW
ระบบแจ้งเตือนคาดการณ์การชนล่วงหน้า: PCW
ระบบช่วยเตือนการชนด้านท้าย: RCW
ระบบจดจำป้ายจราจร: TSR
ระบบเตือนเปลี่ยนเลน: LDW
ระบบป้องกันรถออกนอกเลน: LDP
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร: LKA
ระบบแจ้งเตือนจำกัดความเร็วอัจฉริยะ: ISLC
ระบบเตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง: RCTA
ระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อมีรถผ่านในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง: RCTB
ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตา: BSD
ระบบช่วยเตือนเมื่อเปิดประตูรถ: DOW
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน: Adaptive Cruise Control with Stop & Go
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ: HMA
ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้า: DAW
ถุงลมนิรภัย: 7 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย-ระหว่างเบาะนั่งคู่หน้า)
กล้องมองภาพรอบคัน: 360 องศา
เซ็นเซอร์กะระยะช่วยจอด: ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง / ด้านหลัง 4 ตำแหน่ง
ชุดระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) และระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันเหล่านี้ทำให้ BYD SHARK 6 เป็นหนึ่งในรถกระบะที่ปลอดภัยที่สุดในตลาด ตอบโจทย์การขับขี่ในสภาพจราจรที่ซับซ้อนของเมืองไทย และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งาน และอาจส่งผลต่อการพิจารณา ประกันภัยรถยนต์ PHEV ในอนาคตอีกด้วย
BYD SHARK 6: อนาคตของยานยนต์ไฟฟ้าในตลาดกระบะไทย
โดยสรุปแล้ว BYD SHARK 6 คือรถกระบะที่พร้อมจะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาด ด้วยการผสานจุดแข็งของรถกระบะดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยี ยานยนต์พลังงานใหม่ ที่ล้ำสมัย มันคือกระบะที่ใช้งานได้จริงในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเดินทาง หรือกิจกรรมไลฟ์สไตล์ จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ BYD SHARK 6 เหนือกว่าคู่แข่งคือขุมพลัง PHEV ที่ให้ทั้งความประหยัด ความแรง และระยะทางที่วิ่งได้ไกลถึง 840 กม. ซึ่งเทียบเท่าหรือมากกว่ากระบะดีเซลหลายรุ่นในตลาด
และแน่นอนว่าฟังก์ชัน V2L กำลังไฟ 6,000 วัตต์ ถือเป็น “Game Changer” ที่เปิดโอกาสการใช้งานใหม่ๆ ให้กับรถกระบะอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้ BYD SHARK 6 เป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่เป็นพาร์ทเนอร์ที่พร้อมสนับสนุนทุกกิจกรรมของผู้ใช้งาน
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่า การลงทุนยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่ม PHEV จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการผลิตในประเทศที่ โรงงาน BYD ระยอง ซึ่งจะส่งผลดีต่อราคาจำหน่ายและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างมาก
คำถามสำคัญที่หลายคนรอคอยคือ ราคา BYD SHARK 6 ในเวอร์ชันไทยจะเป็นเท่าไร และจะมีอะไรปรับเปลี่ยนไปบ้าง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องช่วงล่างด้านหลังที่อาจมีการพิจารณาติดตั้งแหนบเพื่อรองรับอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถกระบะในประเทศที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจทำให้ราคาเข้าถึงง่ายขึ้น แต่ไม่ว่าจะมีรายละเอียดปรับเปลี่ยนไปอย่างไร BYD SHARK 6 ก็พร้อมที่จะเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่น่าจับตาที่สุด และเป็นกำลังสำคัญในการผลักดัน นวัตกรรมยานยนต์ สู่ยุคสมัยใหม่
หากท่านกำลังมองหารถกระบะที่ตอบโจทย์ทั้งความแกร่ง ประหยัด ทันสมัย และมาพร้อมเทคโนโลยีที่ไม่เหมือนใคร BYD SHARK 6 คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เราคงต้องรอลุ้นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2025 นี้ ว่า BYD จะสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์ไทยได้อีกครั้งหรือไม่ โปรดติดตามข่าวสารจาก BYD อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นเจ้าของประสบการณ์ใหม่ของรถกระบะแห่งอนาคตก่อนใคร!