
เจาะลึกสมรภูมิยานยนต์ปี 2026: รีวิวเปรียบเทียบ NEW MG MAXUS 9 รุ่น V+ และ Toyota Land Cruiser FJ รถรุ่นไหนคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณ?
ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปี 2026 กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เทรนด์ของผู้ซื้อไม่ได้มองแค่รูปลักษณ์ภายนอกหรือความแรงของเครื่องยนต์อีกต่อไป แต่ “ความคุ้มค่าทางการเงิน” (Financial Value) กลายมาเป็นหัวใจหลักในการเลือกซื้อรถยนต์คันใหม่ ในฐานะที่ผมอยู่ในแวดวงที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุนในสินทรัพย์ยานยนต์มานานกว่า 10 ปี ผมมักจะเน้นย้ำกับลูกเพจและลูกค้าเสมอว่า รถยนต์ไม่ใช่แค่พาหนะ แต่มันคือ “กระแสเงินสดและค่าใช้จ่าย” ที่คุณต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
วันนี้เราจะมาผ่าโครงสร้างราคา สมรรถนะ และความคุ้มค่าของรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด 2 รุ่นที่มีกระแสร้อนแรงที่สุดในขณะนี้ นั่นคือ NEW MG MAXUS 9 รุ่น V+ รถ MPV ไฟฟ้าสายหรูระดับพรีเมียม และ Toyota Land Cruiser FJ SUV สายลุยขนาดกะทัดรัดที่เพิ่งเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ เราจะมาวิเคราะห์กันแบบเจาะลึกว่าด้วยงบประมาณระดับนี้ ทางเลือกไหนที่จะตอบโจทย์พอร์ตการเงินและไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุดในปี 2026 นี้
NEW MG MAXUS 9 รุ่น V+: นิยามใหม่ของ Luxury MPV ไฟฟ้า 100%
เริ่มต้นกันที่ยนตรกรรมไฟฟ้าระดับผู้บริหารอย่าง NEW MG MAXUS 9 รุ่น V+ ซึ่งถูกส่งเข้ามาเติมเต็มช่องว่างตลาดในกลุ่มรถตู้ครอบครัวและรถประจำตำแหน่งระดับพรีเมียม ตัวรถมาพร้อมกับการอัปเกรดออปชันที่น่าสนใจในราคาจำหน่ายช่วง 1,799,900 – 1,819,900 บาท ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่ท้าชนกับรถ MPV เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริดในท้องตลาดได้อย่างน่ากลัว
ดีไซน์ภายนอกและภายใน: ความหรูหราที่ตอบโจทย์ความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ
จากประสบการณ์ที่ผมได้สัมผัสตัวจริง โครงสร้างภายนอกของตัวรถมาในทรง MPV ขนาดใหญ่ที่เน้นความสุภาพและเรียบหรู สไตล์รถผู้บริหารยุคใหม่ กระจังหน้าแบบปิดทึบตามรูปแบบของรถยนต์ไฟฟ้า 100% ผสานกับไฟหน้า LED ดีไซน์พรีเมียมที่ให้ความรู้สึกทันสมัย มิติตัวถังที่ยาวและฐานล้อที่กว้างส่งผลโดยตรงต่อพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสาร
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ห้องโดยสารแถวที่ 2 ซึ่งติดตั้งเบาะแบบ VIP Seat ปรับไฟฟ้า พร้อมระบบนวดและที่วางขาที่ออกแบบมาเพื่อลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง นอกจากนี้ยังมีโต๊ะพับสำหรับการทำงานหรือวางของ ติดตั้งระบบเครื่องเสียงลำโพง JBL 12 จุดรอบทิศทาง และหลังคา Panoramic Sunroof ที่ช่วยเพิ่มความโปร่งสบายและยกระดับความหรูหราได้อย่างลงตัว
สมรรถนะและการชาร์จ: ปัจจัยควบคุมต้นทุนพลังงาน
กำลังสูงสุด: 245 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: 350 นิวตันเมตร
ขนาดแบตเตอรี่: 90 kWh
ระยะทางวิ่งสูงสุด: 540 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)
ในแง่ของตัวเลขสมรรถนะ แบตเตอรี่ขนาด 90 kWh ถือว่าใหญ่พอที่จะรองรับการเดินทางข้ามจังหวัดได้อย่างสบายๆ การส่งกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าทำได้อย่างเรียบเนียนตามสไตล์รถ Luxury ซึ่งเป็นข้อดีที่เหนือกว่ารถเครื่องยนต์ดีเซลหรือเบนซินอย่างเห็นได้ชัด
Toyota Land Cruiser FJ: สายลุยพันธุ์แท้ในราคาเข้าถึงง่าย
สลับมาดูทางฝั่งค่ายยักษ์ใหญ่กับ Toyota Land Cruiser FJ ที่เปิดตัวด้วยราคาโปรโมชันช่วงเปิดตัวสุดเร้าใจที่ 1,269,000 บาท (จากราคาปกติ 1,289,000 บาท) ถือเป็นการนำกระแสความคลาสสิกของตระกูล Land Cruiser มาปรับโฉมให้มีความคล่องตัวและเป็นมิตรกับกระเป๋าเงินของผู้ซื้อชาวไทยมากขึ้น
ดีไซน์และการใช้งาน: แข็งแกร่ง บาลานซ์ดีเยี่ยมระหว่างเมืองและออฟโรด
การออกแบบภายนอกมาในแนวเหลี่ยมภายใต้คอนเซปต์ “PLAYFUL DICE” ที่ดูดิบ แข็งแกร่ง แต่แฝงความทันสมัย จุดเด่นที่ผมชอบมากคือ “ความคล่องตัว” มิติตัวรถสั้นกว่า Fortuner อย่างชัดเจน ด้วยขนาด (ยาว x กว้าง x สูง) 4,610 x 1,855 x 1,890 มม. และระยะฐานล้อ 2,580 มม. ทำให้รัศมีวงเลี้ยวแคบ ขับขี่ในเมืองและทางแคบได้อย่างง่ายดาย
การออกแบบเสา A ที่ตั้งตรงช่วยเปิดทัศนวิสัยการมองเห็นได้อย่างชัดเจน ระยะยื่นหน้า-หลังที่สั้นช่วยเพิ่มความสามารถในการไต่ทางชัน รวมถึงขีดความสามารถในการลุยน้ำลึกสูงสุดถึง 700 มม. ทำให้รถรุ่นนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่พร้อมลุยสถานการณ์ออฟโรดหนักๆ ได้จริง
ขุมพลังและความทนทาน: หัวใจขุมพลังที่ไว้ใจได้ยาวนาน
เครื่องยนต์: เบนซิน 2.7 ลิตร (2TR-FE) 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i
พละกำลัง: 166 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด: 245 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที
ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อน: 4WD แบบ Part-time พร้อมระบบ Diff-lock ที่ล้อหลัง
เครื่องยนต์รหัส 2TR-FE เป็นเครื่องยนต์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอึด ถึก ทน และบำรุงรักษาง่ายที่สุดบล็อกหนึ่งของ Toyota แม้ตัวเลขแรงม้าอาจจะไม่หวือหวาเมื่อเทียบกับรถไฟฟ้า แต่ในแง่ของความทนทานและการซ่อมบำรุงในระยะยาว นี่คือสินทรัพย์ที่เสื่อมค่าช้าและมีความน่าเชื่อถือสูงมาก
What This Means for You: ข้อมูลนี้มีความหมายต่อพอร์ตการเงินของคุณอย่างไร?
การเลือกซื้อรถยนต์ในปี 2026 ไม่ใช่เพียงแค่การจ่ายเงินดาวน์แล้วผ่อนรายเดือน แต่คุณต้องมองไปถึง TCO (Total Cost of Ownership) หรือต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของตลอดอายุการใช้งาน
หากคุณพิจารณา NEW MG MAXUS 9 รุ่น V+ สิ่งที่คุณจะได้กลับมาทันทีคือการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน (Energy Savings) หากคุณใช้งานเฉลี่ยปีละ 30,000 กิโลเมตร ค่าชาร์จไฟฟ้าจะต่ำกว่าค่าน้ำมันของรถ MPV ขนาดใหญ่แบบดั้งเดิมถึงปีละประมาณ 60,000 – 80,000 บาท นอกจากนี้ การใช้รถยนต์ไฟฟ้าประเภทนี้ในเชิงธุรกิจยังสามารถนำไปหักค่าใช้จ่ายบริษัทเพื่อลดหย่อนภาษีได้อย่างคุ้มค่า
ในทางกลับกัน การเลือก Toyota Land Cruiser FJ คือการซื้อความอุ่นใจและรักษามูลค่าสินทรัพย์ (Residual Value) รถในตระกูล Land Cruiser ขึ้นชื่อเรื่องราคาขายต่อที่ไม่ตกฮวบเหมือนรถกระแสหลัก ยิ่งเป็นรุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง ค่าเสื่อมราคา (Depreciation) ในช่วง 3-5 ปีแรกจะต่ำกว่ารถยนต์ไฟฟ้าอย่างแน่นอน ทำให้เงินต้นของคุณไม่สูญหายไปมากนักเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนรถ
Should You Buy, Wait, or Rent/Invest? วิเคราะห์สถานการณ์: ซื้อเลย รอตัดใจ หรือเช่าใช้ดีกว่ากัน?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนในการตัดสินใจซื้อรถยนต์คันใหม่ ผมขอแบ่งกลุ่มผู้ซื้อตามพฤติกรรมและความต้องการทางการเงินออกเป็น 3 รูปแบบหลักๆ ดังนี้ครับ:
กลุ่มครอบครัวใหญ่และผู้บริหาร (มองหา NEW MG MAXUS 9 รุ่น V+)
ควรซื้อทันทีเมื่อ: คุณมีแผนที่จะเปลี่ยนรถตู้คันเดิมที่เริ่มหมดระยะรับประกัน และมีพฤติกรรมการใช้งานในเมืองหรือการเดินทางข้ามจังหวัดที่มีการวางแผนจุดชาร์จล่วงหน้าได้ การซื้อในปี 2026 นี้จะช่วยให้คุณได้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่เสถียรแล้ว และได้เปรียบเรื่องค่าพลังงานที่ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ควรชะลอการซื้อ (Wait) เมื่อ: คุณไม่มีที่จอดรถส่วนตัวที่สามารถติดตั้ง Wall Charger ได้ การพึ่งพาตู้ชาร์จสาธารณะเพียงอย่างเดียวจะทำให้ต้นทุนแฝงด้านเวลาของคุณสูงเกินไป
ทางเลือกเช่า/ลงทุน: สำหรับองค์กรธุรกิจ การเลือกใช้สัญญาเช่าดำเนินงาน (Operating Lease) อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการซื้อขาด เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเรื่องราคาขายต่อของรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
กลุ่มสายลุยและผู้ที่ต้องการรถใช้งานระยะยาว (มองหา Toyota Land Cruiser FJ)
ควรซื้อทันทีเมื่อ: คุณต้องการรถยนต์คันที่สองของบ้านที่พร้อมลุยน้ำท่วม ลุยทางออฟโรด หรือเดินทางไกลในพื้นที่ห่างไกลโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ ยิ่งไปกว่านั้น โปรโมชันช่วงเปิดตัวที่ราคา 1,269,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% หรือเลือกรับชุดแต่งพรีเมียมจาก ARB ถือเป็นจุดคุ้มทุนที่ดีที่สุดที่ยากจะปฏิเสธ
ควรชะลอการซื้อ (Wait) เมื่อ: คุณคาดหวังความประหยัดน้ำมันระดับ 15-20 กม./ลิตร เพราะเครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตรบล็อกนี้เน้นความทนทานและแรงบิดในรอบต่ำสำหรับการลุย ไม่ใช่รถเน้นประหยัดน้ำมันสำหรับขับในเมืองที่การจราจรติดขัด
Best Financial Strategies Right Now (2026): กลยุทธ์การเงินที่ดีที่สุดในการออกรถใหม่
การบริหารวงเงินและการเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินในการซื้อรถยนต์ในปี 2026 มีความละเอียดอ่อนเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขของสถาบันการเงินที่มีความเข้มงวดมากขึ้น นี่คือกลยุทธ์ที่ผมแนะนำให้ลูกค้านำไปปรับใช้:
การบริหารเงินดาวน์เพื่อลดภาระดอกเบี้ย
ผมมักจะเตือนเสมอว่า “อย่าติดดักโปรโมชันดาวน์ 0% หรือดาวน์ต่ำ” เพราะมันจะทำให้คุณต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) เป็นจำนวนมหาศาล กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือ การวางเงินดาวน์อย่างน้อย 25-30% ซึ่งจะช่วยให้คุณได้รับอัตราดอกเบี้ยในเรตที่ต่ำที่สุดจากสถาบันการเงิน (เช่น โปรโมชันดอกเบี้ย 1.99% ของ Toyota Land Cruiser FJ) และยังช่วยลดค่างวดต่อเดือนให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย ไม่เกิน 15-20% ของรายได้รวม
เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญาเช่าซื้อ (Home Loans หรือ Auto Loans) ควรทำการเปรียบเทียบข้อเสนอจากอย่างน้อย 3 สถาบันการเงิน บางธนาคารอาจเสนอแพ็กเกจพ่วงประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ฟรี หรือมีการแถมยอดเครดิตชาร์จไฟสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นมูลค่าเงินสดแล้วอาจจะคุ้มค่ากว่าส่วนลดเงินสดทั่วไป
Cost Breakdown / Pricing Impact: เจาะลึกโครงสร้างค่าใช้จ่ายและต้นทุนแฝง
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างอย่างเป็นรูปธรรม ผมได้ทำตารางจำลองการเปรียบเทียบต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO) ในระยะเวลา 5 ปี ระหว่างผู้ซื้อสองกลุ่มที่มีพฤติกรรมการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้ครับ:
| รายการค่าใช้จ่าย (ระยะเวลา 5 ปี / 150,000 กม.) | NEW MG MAXUS 9 รุ่น V+ (ไฟฟ้า 100%) | Toyota Land Cruiser FJ (เบนซิน 2.7L) |
| :— | :— | :— |
| ราคาตัวรถ (บาท) | 1,819,900 | 1,269,000 |
| เงินดาวน์ (30%) | 545,970 | 380,700 |
| ยอดจัดไฟแนนซ์ | 1,273,930 | 888,300 |
| ประมาณการค่าเชื้อเพลิง / ค่าไฟ (5 ปี) | 120,000 บาท (คิดเฉลี่ย 0.8 บ./กม.) | 525,000 บาท (คิดเฉลี่ย 3.5 บ./กม.) |
| ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (Maintenance) | 30,000 บาท | 50,000 บาท |
| ประมาณการมูลค่าขายต่อปีที่ 5 (Residual Value) | 720,000 บาท (ประมาณ 40%) | 760,000 บาท (ประมาณ 60%) |
มุมมองของเชี่ยวชาญ: จากตารางข้างต้น จะเห็นได้ว่าแม้ NEW MG MAXUS 9 จะมีราคาตัวรถที่สูงกว่าในวันแรกประมาณ 550,900 บาท แต่เมื่อผ่านไป 5 ปี ด้วยระยะวิ่ง 150,000 กม. ส่วนต่างของค่าเชื้อเพลิงที่ประหยัดได้ถึง 405,000 บาท จะช่วยดึงให้ต้นทุนรวมในระยะยาวขยับเข้ามาใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น ตัวแปรสำคัญจึงอยู่ที่ “ระยะทางที่คุณใช้งานในแต่ละปี” ยิ่งวิ่งเยอะ รถไฟฟ้ายิ่งคืนทุนเร็วครับ
Case Study: บทเรียนจากสถานการณ์จริงของนักลงทุนและเจ้าของธุรกิจ
ลองมาดูตัวอย่างจากเคสของลูกค้าสองท่านที่เข้ามาขอคำปรึกษาจากผมเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นแนวทางในการวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อรถยนต์ครับ
เคสที่ 1: คุณอภิชาติ (เจ้าของบริษัทสิ่งทอ) – เลือกความหรูหราและการประหยัดภาษี
คุณอภิชาติต้องการรถยนต์สำหรับรับส่งลูกค้าวีไอพีและใช้เดินทางไปตรวจโรงงานที่ต่างจังหวัด สรุปแล้วคุณอภิชาติเลือกซื้อ NEW MG MAXUS 9 รุ่น V+ ในนามบริษัท โดยใช้วิธีการผ่อนชำระแบบลีสซิ่ง
ผลลัพธ์: บริษัทสามารถนำค่าผ่อนรถไปหักเป็นค่าใช้จ่ายก่อนคิดภาษีเงินได้นิติบุคคลได้สูงสุดถึง 36,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ จากเดิมที่เคยจ่ายค่าน้ำมันให้รถตู้คันเก่าเดือนละกว่า 15,000 บาท ปัจจุบันเหลือค่าไฟจากการชาร์จที่บริษัทเพียงเดือนละ 3,500 บาท เท่านั้น ช่วยเพิ่มกระแสเงินสดหมุนเวียน (Cash Flow) ให้กับธุรกิจได้อย่างชัดเจน
เคสที่ 2: คุณธนพล (สถาปนิกอิสระและสายแคมปิ้ง) – เลือกความอเนกประสงค์และรักษามูลค่าเงินต้น
คุณธนพลต้องการรถยนต์ที่สามารถขับไปหน้างานก่อสร้างที่มีสภาพทางขรุขระได้ และต้องเป็นรถที่ใช้งานได้ยาวนานโดยไม่กังวลเรื่องราคาขายต่อ คุณธนพลตัดสินใจเลือก Toyota Land Cruiser FJ โดยวางเงินดาวน์ 35% และเลือกผ่อนระยะสั้นเพียง 48 งวด เพื่อรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ
ผลลัพธ์: คุณธนพลได้รถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงานและการท่องเที่ยวออฟโรดได้อย่างสมบูรณ์แบบ ที่สำคัญคือ ด้วยชื่อชั้นและเอกลักษณ์ของตัวรถ Land Cruiser ทำให้มูลค่าทางบัญชีของรถคันนี้ลดลงช้ามาก หากผ่านไป 3 ปีคุณธนพลต้องการเปลี่ยนรถ เงินดาวน์และเงินต้นที่ผ่อนไปจะไม่สูญเปล่าเมื่อขายต่อในตลาดมือสอง
Mistakes to Avoid That Could Cost You Money: ข้อผิดพลาดที่ต้องระวังก่อนเซ็นสัญญา
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมเห็นผู้ซื้อรถยนต์จำนวนมากต้องสูญเสียเงินโดยไม่จำเป็นจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ นี่คือ 3 สิ่งที่คุณต้องหลีกเลี่ยง:
ละเลยการคำนวณค่าเบี้ยประกันภัย (Insurance Cost): รถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่าง MG MAXUS 9 มักจะมีค่าเบี้ยประกันภัยชั้น 1 ที่สูงกว่ารถยนต์สันดาปทั่วไปเนื่องจากมูลค่าของชุดแบตเตอรี่ ก่อนซื้อควรรวมค่าใช้จ่ายส่วนนี้เข้าไปในแผนงบประมาณประจำปีด้วย
การเลือกยืดระยะเวลาผ่อนนานเกินไป (60-84 งวด): ยิ่งคุณผ่อนนาน ดอกเบี้ยทบต้นจะยิ่งกินเงินต้นของคุณไปเรื่อยๆ จนในบางช่วงเวลา มูลค่าหนี้คงเหลือกับไฟแนนซ์อาจจะสูงกว่าราคาตลาดของรถยนต์ในขณะนั้น (ภาวะหนี้ท่วมรถ)
ไม่คำนวณต้นทุนการติดตั้งระบบไฟที่บ้าน: สำหรับผู้ที่จะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า 100% การอัปเกรดมิเตอร์ไฟฟ้าเป็น 30(100)A และการเดินสายไฟสำหรับ Wall Charger มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 20,000 – 40,000 บาท ซึ่งเป็นต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ที่ต้องเตรียมไว้ตั้งแต่วันแรก
บทสรุปและการตัดสินใจเลือกซื้อที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณ
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีรถยนต์คันไหนที่ดีที่สุด มีเพียงรถยนต์ที่ “เหมาะกับแผนการเงินและไลฟ์สไตล์ของคุณที่สุด” เท่านั้น
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ทางธุรกิจ มอบความสบายสูงสุดให้ครอบครัว และใช้งานเยอะจนสามารถเปลี่ยนค่าพลังงานมาเป็นเงินออมได้อย่างเป็นรูปธรรม NEW MG MAXUS 9 รุ่น V+ คือคำตอบการลงทุนที่ชาญฉลาดในยุค 2026
แต่ถ้าคุณคือคนที่เน้นความทนทาน ไม่ต้องการปวดหัวกับระบบไฟฟ้า ชอบความคล่องตัวในการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง พร้อมมูลค่าสินทรัพย์ที่เสื่อมราคาช้า Toyota Land Cruiser FJ ในราคาช่วงเปิดตัวนี้ คือข้อเสนอที่คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุดในแง่ของความเสี่ยงทางการเงิน
คุณพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นเจ้าของรถยนต์คันใหม่ที่คุ้มค่าที่สุดแล้วหรือยัง? แนะนำให้ลองเข้าไปประเมินงบประมาณ คำนวณค่างวด และติดต่อขอทดลองขับรถคันจริงได้ที่โชว์รูมตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านคุณ เพื่อเปรียบเทียบเงื่อนไขทางการเงินที่ดีที่สุดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ!