
ZEEKR 7X: ปรากฏการณ์ใหม่ของ SUV ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่พร้อมท้าทายทุกเส้นทางในประเทศไทย (ปี 2026)
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าจากจุดเริ่มต้นที่เปราะบาง สู่การเป็นขุมพลังแห่งนวัตกรรมที่กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของการเดินทาง และในปี 2026 นี้ เรากำลังจะได้ประจักษ์ถึงปรากฏการณ์ครั้งสำคัญอีกครั้ง ด้วยการมาถึงของ ZEEKR 7X (ซีคาร์ 7X) รถยนต์ SUV ไฟฟ้าที่ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ หากแต่เป็นแถลงการณ์ถึงอนาคตของการขับขี่ที่ผสานความหรูหรา สมรรถนะอันดุดัน และความสามารถในการบุกตะลุยได้อย่างเหนือความคาดหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ZEEKR 7X: นิยามใหม่แห่งสมรรถนะและไลฟ์สไตล์แบบไร้ขีดจำกัด
การเปิดตัว ZEEKR 7X ไม่ใช่แค่การเพิ่มทางเลือกในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นการนำเสนอแนวคิดใหม่ที่ทลายข้อจำกัดเดิมๆ ของ SUV ไฟฟ้า ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว เส้นสายที่สื่อถึงความแข็งแกร่งผสานกับความสง่างาม ทำให้ ZEEKR 7X เป็นที่จับตามองตั้งแต่แรกเห็น ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าหรูสำหรับการใช้งานในเมือง หรือต้องการ SUV ไฟฟ้าพรีเมียมที่สามารถพาคุณออกไปผจญภัยในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ความโดดเด่นของ ZEEKR 7X อยู่ที่การผสมผสานคุณสมบัติที่หาได้ยากในรถยนต์ไฟฟ้าประเภทเดียวกัน นั่นคือการให้พละกำลังที่เหนือชั้น ควบคู่ไปกับขีดความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดเบาๆ ได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับผู้บริโภคในไทยที่มักมองหารถที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย
เจาะลึกโครงสร้างราคาและแพ็กเกจสุดคุ้มค่าสำหรับ ZEEKR 7X ในประเทศไทย
ZEEKR ประเทศไทย ได้วางกลยุทธ์ราคาสำหรับ ZEEKR 7X ให้สามารถเข้าถึงได้และแข่งขันได้ในตลาด SUV ไฟฟ้าพรีเมียม โดยมีสองรุ่นหลักให้เลือก เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน:
ZEEKR 7X Long Range RWD: คาดการณ์ราคาเริ่มต้นที่ 1,700,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่น่าสนใจมากสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีระยะทางวิ่งยาวไกลและเทคโนโลยีขั้นสูง
ZEEKR 7X Performance AWD: คาดการณ์ราคาไม่เกิน 1,900,000 บาท สำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะสูงสุดและการขับเคลื่อนสี่ล้ออันทรงพลัง
ราคาอย่างเป็นทางการจะประกาศในวันที่ 15 สิงหาคม 2568 นี้ และเราคาดว่าจะเห็นโปรโมชั่น ZEEKR 7X ที่น่าดึงดูดใจเพื่อกระตุ้นตลาดในช่วงแรกของการจำหน่าย สิ่งที่ทำให้ ZEEKR 7X มีความน่าสนใจยิ่งขึ้นคือแพ็กเกจการรับประกันคุณภาพตัวรถที่เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไป:
การรับประกันคุณภาพตัวรถ (Warranty): 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) สะท้อนความมั่นใจในคุณภาพการผลิต
การรับประกันแบตเตอรี่และมอเตอร์: 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า และการรับประกันที่ยาวนานนี้ช่วยลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในระยะยาว
บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน: 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร มอบความอุ่นใจตลอดการเดินทาง
มิติใหม่แห่งการออกแบบ: ZEEKR 7X ผสมผสานความงามและประโยชน์ใช้สอย
เมื่อพิจารณาถึงมิติตัวถังของ ZEEKR 7X จะเห็นได้ว่าได้รับการออกแบบมาอย่างลงตัวเพื่อความสมดุลทั้งในด้านสุนทรียภาพและฟังก์ชันการใช้งาน:
ความยาว 4,787 มิลลิเมตร: มอบพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง
ความกว้าง 1,930 มิลลิเมตร: ให้ความรู้สึกมั่นคงและโอ่อ่าบนท้องถนน
ความสูง 1,650 มิลลิเมตร: ให้ความสูงที่เหมาะสม ไม่สูงเกินไปจนขับขี่ในเมืองลำบาก และไม่เตี้ยเกินไปจนขาดความรู้สึกของ SUV
ระยะฐานล้อ 2,900 มิลลิเมตร: เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความกว้างขวางของห้องโดยสารและความมั่นคงในการขับขี่
ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance) 173 มิลลิเมตร: เป็นตัวเลขที่น่าสนใจสำหรับ SUV ไฟฟ้า ที่ไม่เพียงพอสำหรับการขับขี่ในเมือง แต่ยังพอที่จะให้ความสามารถในการลุยเส้นทางที่ขรุขระเล็กน้อย หรือทางลูกรังที่ไม่สมบุกสมบันมากนัก ซึ่งสอดรับกับคอนเซ็ปต์ “พอลุยได้” ของ ZEEKR 7X
พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 539 – 1,978 ลิตร (เมื่อพับเบาะหลัง): ยืดหยุ่นตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ตั้งแต่การเดินทางในชีวิตประจำวันไปจนถึงการท่องเที่ยวที่ต้องขนสัมภาระจำนวนมาก
ที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) 66 ลิตร: เพิ่มความสะดวกสบายในการเก็บของที่ไม่ต้องการปะปนกับสัมภาระหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายชาร์จหรืออุปกรณ์ขนาดเล็กอื่นๆ
ขุมพลังแห่งอนาคต: หัวใจไฟฟ้า 800V ของ ZEEKR 7X
ZEEKR 7X ได้รับการติดตั้งระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ทันสมัย ด้วยสถาปัตยกรรม 800V Technology Lithium-ion (NMC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบตเตอรี่ชั้นนำที่ช่วยให้การชาร์จไฟเร็วขึ้นและประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
รุ่น Long Range RWD:
มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ให้พละกำลังสูงสุด 422 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 100 kWh
อัตราเร่ง 0-100 km/h: ภายใน 6.0 วินาที – เป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับ SUV ขนาดใหญ่ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่กระฉับกระเฉง
ความเร็วสูงสุด: 210 km/h – เพียงพอสำหรับการใช้งานบนท้องถนนและทางหลวงในประเทศไทย
ระยะทางวิ่ง: มากกว่า 700 km. (มาตรฐาน NEDC) – ตัวเลขที่น่าทึ่งซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญของ ZEEKR 7X รุ่นนี้ ช่วยลดความกังวลเรื่อง Range Anxiety ได้อย่างมาก
รุ่น Performance AWD:
สำหรับผู้ที่ต้องการสุดยอดสมรรถนะ ZEEKR 7X รุ่นนี้มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้พละกำลังรวมสูงสุดถึง 646 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 710 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 100 kWh เช่นกัน
อัตราเร่ง 0-100 km/h: ภายใน 3.8 วินาที – นี่คือตัวเลขระดับซูเปอร์คาร์ที่หาได้ยากในรถ SUV ไฟฟ้าทั่วไป มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและอะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน
ความเร็วสูงสุด: 210 km/h
ระยะทางวิ่ง: มากกว่า 600 km. (มาตรฐาน NEDC) – แม้จะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรุ่น Long Range แต่ก็ยังคงเป็นระยะทางที่ยาวไกล ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบ
การชาร์จไฟที่รวดเร็วทันใจ: ขจัดข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้า
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคพิจารณาในการเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคือความเร็วในการชาร์จ ZEEKR 7X ตอบโจทย์ได้อย่างยอดเยี่ยม:
รองรับหัวชาร์จ Type 2 / CCS Combo
กระแสสลับ (AC) รองรับสูงสุด 22 kW – เพียงพอสำหรับการชาร์จแบบ Home Charger
กระแสตรง (DC Fast Charging) รองรับสูงสุด 420 kW – เทคโนโลยีการชาร์จที่ล้ำหน้าที่สุดในปัจจุบัน
สามารถชาร์จ DC จาก 10-80% ได้ภายในเวลาเพียง 13-16 นาที – ทำให้การหยุดพักเพื่อชาร์จไฟไม่แตกต่างจากการเติมน้ำมันในอดีตมากนัก นี่คือเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ยุค 2026 ที่โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์ภายนอก V2L (Vehicle-to-Load): สูงสุด 3.3 kW (3,300 watts) – ฟังก์ชันที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือเป็นแหล่งพลังงานสำรองในกรณีฉุกเฉิน มอบความยืดหยุ่นในการใช้งานที่เหนือกว่า
ช่วงล่างระดับพรีเมียม: มั่นใจทุกสภาพถนน
ZEEKR 7X มาพร้อมช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ Double Wishbone และช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระ Multi-Link ซึ่งเป็นชุดช่วงล่างที่มักพบในรถยนต์พรีเมียม ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวล เกาะถนน และควบคุมได้ดีเยี่ยม
ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว (ในรุ่น RWD) พร้อมยางขนาด 255/50 R19
ล้อ Forged ขนาด 21 นิ้ว (ในรุ่น Performance) พร้อมยางขนาด 265/40 R21 และระบบเบรกดิสก์เบรก 4 pot พร้อมคาลิปเปอร์เบรก Akebono สีส้ม ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพการเบรก แต่ยังเป็นองค์ประกอบที่เสริมความสปอร์ตให้กับตัวรถอีกด้วย
บทพิสูจน์แห่งความแกร่ง: ประสบการณ์ทดสอบ ZEEKR 7X บนเส้นทางออฟโรดที่เขาใหญ่
ก่อนการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ZEEKR ได้จัดให้มีการทดสอบ ZEEKR 7X อย่างเข้มข้นที่เขาใหญ่ เพื่อแสดงศักยภาพของรถอย่างเต็มที่ และสิ่งที่สร้างความประหลาดใจที่สุดคือขีดความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดเบาๆ หลายคนอาจมีอคติว่ารถยนต์ไฟฟ้าไม่เหมาะกับการลุย แต่ ZEEKR 7X ได้พิสูจน์แล้วว่าความคิดนั้นอาจต้องเปลี่ยนไป
ในสนามทดสอบที่จำลองสถานการณ์ออฟโรดต่างๆ ZEEKR 7X ได้รับการปรับโหมดออฟโรดโดยอัตโนมัติ และระบบช่วงล่างถุงลม Active Air Suspension with CCD ได้เพิ่มความสูงของตัวรถขึ้นเป็น 230 มิลลิเมตร เพื่อให้สามารถผ่านอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย
เนินสลับ: จุดนี้เผยให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบส่งกำลัง เมื่อล้อบางข้างลอยจากพื้น ตัวรถสามารถถ่ายเทกำลังไปยังล้อที่ยังคงยึดเกาะกับพื้นได้อย่างรวดเร็ว ทำให้รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น สิ่งที่น่าทึ่งคือการให้ตัวของช่วงล่างที่ยอดเยี่ยม ตัวรถโคลงเคลงน้อยมาก สร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่
เนินชัน: ด้วยพละกำลังมหาศาลจากมอเตอร์ไฟฟ้า ZEEKR 7X สามารถปีนป่ายเนินชันได้อย่างสบายๆ ยิ่งไปกว่านั้น ในจังหวะที่หยุดกลางเนินและออกตัว ระบบจัดการพลังงานทำงานได้อย่างชาญฉลาด ไม่ปล่อยกำลังออกมาอย่างรุนแรงเกินไป ทำให้ล้อไม่ฟรีทิ้ง สร้างการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม
ทางลงเนินสูง: ระบบ HDC (Hill Descent Control) หรือระบบควบคุมความเร็วรถยนต์ขณะลงทางลาดชันอัตโนมัติ ทำงานได้อย่างราบรื่นและแม่นยำ เทียบเคียงได้กับรถยนต์ SUV ยุโรประดับพรีเมียม มอบความสบายใจและความปลอดภัยอย่างสูงสุด
เส้นทางขรุขระ: บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อและหิน ZEEKR 7X แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นของช่วงล่างถุงลมที่มอบความนุ่มนวล แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือพวงมาลัยยังคงนิ่งสนิท ไม่มีการสั่นสะเทือนหรือตีมือแต่อย่างใด นี่คือข้อพิสูจน์ว่า ZEEKR 7X สอบผ่านการทดสอบออฟโรดเบาๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
บนทางเรียบ: ผสานความแรงและความนุ่มนวล
เมื่อกลับมาสู่ทางเรียบ สมรรถนะของ ZEEKR 7X ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง รุ่น Performance มอบแรงดึงมหาศาลตามที่ระบุในคู่มือ พร้อมความนุ่มนวลในการขับขี่ ในขณะที่รุ่น Long Range ก็ไม่ได้น้อยหน้า มีแรงดึงที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและยังคงให้ความนุ่มนวลของช่วงล่างในระดับที่น่าพอใจ แม้จะมีความรู้สึกแข็งกว่ารุ่น Performance เพียงเล็กน้อยเท่านั้น นี่คือ SUV ไฟฟ้าที่มอบประสบการณ์การขับขี่แบบครบวงจรได้อย่างแท้จริง
ห้องโดยสารพรีเมียม: สุนทรียภาพแห่งการเดินทางกับ ZEEKR 7X
ภายในห้องโดยสารของ ZEEKR 7X คือนิยามของความหรูหราและความสะดวกสบายสูงสุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์เหนือระดับในทุกการเดินทาง ด้วยวัสดุชั้นดีและงานประกอบที่ประณีต
เบาะนั่ง Nappa Leather: หุ้มด้วยหนัง Nappa คุณภาพสูง ที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มนวลและความหรูหรา ไม่เพียงแต่ให้ความสบายในการนั่ง แต่ยังสะท้อนรสนิยมระดับสูงของเจ้าของรถ
ระบบนวดและเป่าลมในเบาะคู่หน้า: ช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าหลังจากการเดินทางไกลหรือวันที่เหน็ดเหนื่อย ทำให้การขับขี่ไม่ใช่แค่ภาระ แต่เป็นช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูพลังงาน
เบาะหลังปรับเอนด้วยระบบไฟฟ้า: มอบความยืดหยุ่นให้ผู้โดยสารสามารถปรับองศาการนั่งให้เข้ากับกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การพักผ่อน หรือการชมภาพยนตร์ ทำให้ห้องโดยสารด้านหลังกลายเป็นห้องนั่งเล่นส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบ
ประตูและม่านบังแดดประตูคู่หลังเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า: เพิ่มความสะดวกสบายและความรู้สึกพรีเมียมให้กับผู้ใช้งาน
เทคโนโลยีสารสนเทศและความบันเทิงที่ล้ำสมัย
ZEEKR 7X ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยระบบสารสนเทศและความบันเทิงที่ล้ำสมัย ตอบสนองความต้องการของยุคดิจิทัล 2026
หน้าจอกลาง Mini LED ขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด 3.5K: มอบภาพที่คมชัดและสีสันสดใส ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานแผนที่ ระบบนำทาง การรับชมสื่อบันเทิง หรือการเข้าถึงแอปพลิเคชันต่างๆ
หน้าจอ AR HUD (Augmented Reality Head-Up Display) ขนาด 36.21 นิ้ว: ฉายข้อมูลสำคัญขึ้นบนกระจกหน้ารถโดยตรง ทำให้ผู้ขับขี่สามารถติดตามข้อมูลการขับขี่ได้โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายอย่างมาก
หน้าจอ Cluster ขนาด 13.02 นิ้ว: แสดงข้อมูลการขับขี่ทั้งหมดในรูปแบบที่สวยงามและเข้าใจง่าย
ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8295 Processor (5nm Process Technology): เป็นขุมพลังเบื้องหลังการทำงานที่รวดเร็วและราบรื่นของระบบ Infotainment ทั้งหมด มั่นใจได้ว่าทุกคำสั่งจะได้รับการตอบสนองอย่างฉับไวและไร้รอยต่อ
ระบบเสียง ZEEKR Sound Pro พร้อมลำโพง 21 จุด: สร้างมิติเสียงรอบทิศทางเสมือนโรงภาพยนตร์เคลื่อนที่ มอบประสบการณ์ความสุนทรีย์ในการฟังเพลงที่สมบูรณ์แบบ
ความปลอดภัยคือหัวใจหลัก: วิศวกรรมที่เหนือกว่าของ ZEEKR 7X
ความปลอดภัยคือสิ่งที่ ZEEKR 7X ให้ความสำคัญสูงสุด ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม SEA (Sustainable Experience Architecture) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ เพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุดและประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เหนือกว่า
มาตรฐาน Euro NCAP 5 ดาว: เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นด้านความปลอดภัย โดยได้รับคะแนนสูงถึง 91% สำหรับการปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ และ 90% สำหรับการปกป้องผู้โดยสารเด็ก ซึ่งสะท้อนถึงความใส่ใจในความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ZEEKR AD: ทำงานร่วมกับ Dual Mobileye Chips ซึ่งเป็นเทคโนโลยี AI ชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ ช่วยเพิ่มความแม่นยำและความปลอดภัยในการขับขี่ผ่านฟังก์ชัน ADAS (Advanced Driver-Assistance Systems) ต่างๆ
โครงสร้างตัวรถแบบ Dome-Shaped และโครงสร้างตัวถังหลังแบบ Single Piece Die-Cast: เป็นการออกแบบที่เน้นความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถัง เพิ่มความปลอดภัยในกรณีเกิดการชน และยังช่วยลดน้ำหนักของตัวรถ ซึ่งส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการใช้พลังงานและสมรรถนะโดยรวม
ZEEKR 7X: ทางเลือกที่น่าจับตาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย
โดยสรุปแล้ว ZEEKR 7X ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้า SUV ธรรมดา แต่เป็นแพ็กเกจที่สมบูรณ์แบบที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ด้วยการผสมผสานดีไซน์ที่หรูหรา เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย สมรรถนะอันทรงพลัง และที่สำคัญคือความสามารถในการขับขี่ออฟโรดเบาๆ ที่หาได้ยากในรถยนต์ไฟฟ้าประเภทเดียวกัน ทำให้ ZEEKR 7X กลายเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้า SUV ที่ให้ทั้งความแรง ความหรูหรา และความสามารถในการบุกตะลุยไปได้ทุกเส้นทาง พร้อมด้วยความอุ่นใจจากแพ็กเกจการรับประกันที่ยอดเยี่ยม และเทคโนโลยีที่ตอบรับวิถีชีวิตยุค 2026 อย่างเต็มรูปแบบ ZEEKR 7X คือคำตอบที่ไม่อาจมองข้ามได้
ก้าวสู่อนาคตของการขับขี่ไปพร้อมกับ ZEEKR 7X!
อย่าพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของยานยนต์แห่งอนาคตที่ครบครันทั้งประสิทธิภาพและความหรูหรา เตรียมพร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับด้วยตัวคุณเอง ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลข่าวสารล่าสุดและข้อเสนอสุดพิเศษเกี่ยวกับ ZEEKR 7X หรือติดต่อผู้จำหน่าย ZEEKR ใกล้บ้านคุณ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและเตรียมพร้อมสำหรับการทดลองขับเมื่อรถเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย