
JAECOO 5 EV: เมื่ออนาคตของ B-SUV ไฟฟ้าในไทยมาถึงในราคาที่เหนือความคาดหมาย (อัปเดต 2026)
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่มีครั้งไหนที่น่าตื่นเต้นเท่ากับการก้าวเข้าสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV (Electric Vehicle) ที่กำลังเปลี่ยนโฉมตลาดรถยนต์ทั่วโลก และแน่นอนว่าประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งในสมรภูมิสำคัญของการแข่งขันในตลาดนี้ ในปี 2026 นี้ เรากำลังจะได้เห็นคลื่นลูกใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าที่พร้อมจะเข้ามาเขย่าบัลลังก์เจ้าตลาดเดิม และหนึ่งในผู้ท้าชิงที่น่าจับตาที่สุดก็คือ JAECOO 5 EV (จาโค่ 5 อีวี) รถยนต์ B-SUV ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบจากแบรนด์ OMODA & JAECOO ที่สร้างความฮือฮาด้วยราคาเริ่มต้นที่น่าทึ่ง
การเปิดตัว JAECOO 5 EV ในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่เท่านั้น แต่เป็นการประกาศจุดยืนเชิงกลยุทธ์ของแบรนด์ OMODA & JAECOO ที่ต้องการสร้างนิยามใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในเซกเมนต์ B-SUV ด้วยการผสมผสานดีไซน์ที่โดดเด่น เทคโนโลยีล้ำสมัย และที่สำคัญที่สุดคือ “ราคาที่เข้าถึงได้” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV อย่างแท้จริงในวงกว้าง บทความนี้จะเจาะลึกทุกแง่มุมของ JAECOO 5 EV พร้อมวิเคราะห์ถึงศักยภาพของมันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยปี 2026 จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ
กลยุทธ์การรุกตลาดของ OMODA & JAECOO: สร้างปรากฏการณ์ B-SUV ไฟฟ้า
ก่อนที่เราจะดำดิ่งสู่รายละเอียดของ JAECOO 5 EV เราต้องเข้าใจถึงวิสัยทัศน์ของ OMODA & JAECOO ก่อน แบรนด์นี้ถือกำเนิดขึ้นภายใต้ชายคาของ Chery Automobile ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการพัฒนายานยนต์มายาวนาน การแยกแบรนด์ OMODA และ JAECOO ออกมานั้น เป็นการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่แตกต่างกัน โดย OMODA มุ่งเน้นไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหานวัตกรรมและสไตล์ล้ำยุค ขณะที่ JAECOO เจาะตลาดกลุ่มที่ต้องการความพรีเมียม ความแข็งแกร่ง และสมรรถนะที่รองรับการใช้งานที่หลากหลาย
สำหรับตลาดประเทศไทย JAECOO ได้วางตำแหน่ง JAECOO 5 EV ให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า B-SUV ที่มาพร้อมความคุ้มค่าสูงสุด ด้วยราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่า 600,000 บาท ซึ่งถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ที่ท้าทายคู่แข่งในตลาดอย่างยิ่ง ในปี 2026 ที่การแข่งขันของรถยนต์ไฟฟ้าทวีความเข้มข้นขึ้น การนำเสนอ “รถยนต์ไฟฟ้า ราคาถูก” ที่ยังคงอัดแน่นด้วยคุณภาพและฟังก์ชันการใช้งาน จึงเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดและมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงมาก นี่ไม่ใช่แค่การขายรถยนต์ แต่เป็นการนำเสนอ “โซลูชั่นรถยนต์ไฟฟ้า” ที่จับต้องได้สำหรับผู้บริโภคชาวไทยที่กำลังมองหาการ “ลงทุนรถยนต์ไฟฟ้า” คันแรก
JAECOO 5 EV: สเปคและราคาที่ท้าชนทุกข้อจำกัด
JAECOO 5 EV ที่เปิดตัวในไทย มีให้เลือก 2 รุ่นย่อยหลัก ๆ ได้แก่:
JAECOO 5 EV Dynamic: เริ่มต้นที่ 549,000 บาท
JAECOO 5 EV Max: เริ่มต้นที่ 599,000 บาท
ราคาดังกล่าวเป็นการตอกย้ำว่าแบรนด์นี้จริงจังกับการทำตลาดในประเทศไทยอย่างมาก การตั้งราคาที่เข้าถึงง่ายขนาดนี้ จะเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคพิจารณาเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องการ “ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า” คันใหม่ที่ให้ความคุ้มค่าสูงสุด การเปรียบเทียบรถยนต์ไฟฟ้าในเซกเมนต์เดียวกันจะพบว่า JAECOO 5 EV มีจุดเด่นด้านราคาที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน พร้อมทั้งมอบแพ็คเกจที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ที่ทันสมัย, ภายในที่กว้างขวาง, และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ล้ำหน้า
มิติตัวถังและงานออกแบบภายนอก: ความสมดุลของความแข็งแกร่งและความสง่างาม
JAECOO 5 EV มาพร้อมมิติตัวถังที่ลงตัวสำหรับ B-SUV โดยมีความยาว 4,380 มม. กว้าง 1,860 มม. สูง 1,650 มม. และระยะฐานล้อ 2,700 มม. ซึ่งมอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางเกินคาดสำหรับรถในพิกัดนี้ ระยะความสูงใต้ท้องรถ 174 มม. ยังช่วยให้รถมีความสามารถในการลุยสิ่งกีดขวางได้ในระดับหนึ่ง เหมาะสมกับการใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมืองในสภาพถนนของประเทศไทย
ในส่วนของการออกแบบภายนอก JAECOO 5 EV ฉีกแนวจากดีไซน์เดิมๆ ของ JAECOO ที่เคยเน้นเส้นสายเหลี่ยมสัน ดุดัน มาสู่ความเรียบหรูและทันสมัยมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กระจังหน้าแบบโปร่งใสขนาดใหญ่โดดเด่นด้วยโลโก้ JAECOO ที่อยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยชุดไฟหน้า LED ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่ยังให้ความสว่างที่ชัดเจนและประหยัดพลังงาน การออกแบบโดยรวมให้ความรู้สึกเป็นรถ SUV ไฟฟ้าที่แข็งแกร่ง ทันสมัย และพร้อมสำหรับทุกการผจญภัยในเมืองใหญ่หรือแม้แต่เส้นทางที่ไม่ราบเรียบนัก
เส้นสายด้านข้างถูกออกแบบให้ดูสะอาดตา ลากยาวตั้งแต่ไฟหน้าจรดไฟท้าย สร้างความต่อเนื่องและโฉบเฉี่ยว มือจับประตูเป็นแบบปกติที่ใช้งานง่าย ล้ออัลลอยทูโทนขนาด 18-19 นิ้ว เข้ากันได้อย่างลงตัวกับภาพลักษณ์โดยรวมของรถ ส่วนด้านท้ายโดดเด่นด้วยไฟท้าย LED แนวนอนเต็มความกว้างของรถ พร้อมสปอยเลอร์หลังคาขนาดใหญ่และดิฟฟิวเซอร์สีดำที่ช่วยเพิ่มความสปอร์ต JAECOO 5 EV จึงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีดีไซน์ที่ลงตัวและโดดเด่นไม่แพ้คู่แข่งในตลาด SUV ไฟฟ้าเลยทีเดียว
ห้องโดยสาร: มิติใหม่ของความล้ำสมัยและฟังก์ชันการใช้งาน
ก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของ JAECOO 5 EV คุณจะสัมผัสได้ถึงปรัชญาการออกแบบแบบมินิมอลแต่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยี แผงแดชบอร์ดได้รับการจัดวางอย่างเรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง หน้าปัดดิจิทัลขนาด 8 นิ้ว ที่อยู่หลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงสองก้าน ให้ข้อมูลการขับขี่ที่ครบครันและอ่านง่าย
หัวใจหลักของห้องโดยสารคือหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบแนวตั้งขนาด 13.2 นิ้ว ที่คอนโซลกลาง ซึ่งไม่เพียงแต่ให้ความบันเทิงและข้อมูลการเดินทางเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางการควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของรถอีกด้วย ระบบปฏิบัติการภายในได้รับการปรับแต่งมาอย่างดี ใช้งานง่าย รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมการอัปเดตแบบ Over-The-Air (OTA) ที่จะช่วยให้ระบบซอฟต์แวร์ของรถทันสมัยอยู่เสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่รถยนต์ไฟฟ้าในปี 2026 ควรจะมี
อุปกรณ์ภายในอื่นๆ ที่เสริมความสะดวกสบายและประสบการณ์การขับขี่ ได้แก่ ปุ่ม Push Start, กุญแจรีโมท Keyless Entry, ชุดไฟ Ambient Light ที่ปรับเปลี่ยนสีได้ตามอารมณ์, ระบบเครื่องเสียงจาก Sony พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง มอบมิติเสียงที่คมชัดและทรงพลัง, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกโซนซ้าย-ขวา, เบรกมือไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชัน Auto Hold และที่ชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของคนยุคใหม่
เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุกึ่งหนังแท้ ให้สัมผัสที่นุ่มสบาย เบาะคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด ส่วนเบาะหลังสามารถพับได้แบบ 60:40 เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถมีความจุ 480 ลิตร และสามารถขยายได้มากถึง 1,284 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลง มอบพื้นที่ที่เพียงพอสำหรับการเดินทางหรือขนสัมภาระขนาดใหญ่ ทำให้ JAECOO 5 EV เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานได้หลากหลายและตอบโจทย์ทุกการเดินทาง
สมรรถนะและขุมพลังไฟฟ้า: ประหยัดและเปี่ยมประสิทธิภาพ
หัวใจของ JAECOO 5 EV คือมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ที่ให้พละกำลังสูงสุด 211 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 288 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เพียงพอสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันและตอบสนองได้ดีเยี่ยมสำหรับการเร่งแซงในเมืองหรือบนทางหลวง จากข้อมูลระบุว่ารถสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 7.7 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดที่ 175 กม./ชม. ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีสำหรับรถ B-SUV ไฟฟ้า
แบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate (LFP) ขนาดความจุ 58.9 kWh เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ JAECOO 5 EV สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลถึง 461 กม. ตามมาตรฐาน NEDC หรือประมาณ 400 กม. ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใกล้เคียงกับการใช้งานจริงมากขึ้นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2026 ตัวเลขนี้ถือว่าเพียงพอสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน และการเดินทางข้ามจังหวัดในระยะใกล้ถึงปานกลางได้อย่างสบายใจ ความจุแบตเตอรี่และการจัดการพลังงานที่ดีเยี่ยมนี้ ทำให้ JAECOO 5 EV เป็น “รถยนต์ไฟฟ้า ประหยัดพลังงาน” ที่แท้จริง
JAECOO 5 EV ยังมาพร้อมระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ McPherson Strut และด้านหลังแบบ Multi-Link ที่ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลและเกาะถนนได้ดีเยี่ยมในทุกสภาพถนน นอกจากนี้ ยังมีโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 โหมด ได้แก่ ECO, Normal และ Sport เพื่อปรับสมรรถนะของรถให้เข้ากับสไตล์การขับขี่และความต้องการของผู้ใช้งาน
การชาร์จพลังงาน: สะดวกสบายในทุกการเดินทาง
ในด้านการชาร์จไฟ JAECOO 5 EV รองรับหัวชาร์จ Type2 / CCS Combo ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่แพร่หลายในประเทศไทย ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องกังวลเรื่องการหาจุดชาร์จ
การชาร์จกระแสสลับ (AC): รองรับสูงสุด 11 kW ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถชาร์จไฟที่บ้านหรือตามสถานีชาร์จสาธารณะที่รองรับ AC ได้อย่างรวดเร็ว โดยทั่วไป การชาร์จจาก 0-100% ด้วยกำลังไฟ 11 kW จะใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง เหมาะสำหรับการชาร์จข้ามคืนที่บ้าน
การชาร์จกระแสตรง (DC Fast Charge): รองรับสูงสุด 80 kW ซึ่งช่วยให้การชาร์จเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การชาร์จจาก 20% ถึง 80% อาจใช้เวลาเพียงประมาณ 30-40 นาที ขึ้นอยู่กับสภาวะการชาร์จ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อเดินทางไกลและต้องการแวะชาร์จอย่างรวดเร็วตาม “สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า” ระหว่างทาง
ด้วยระบบการชาร์จที่รองรับทั้ง AC และ DC ทำให้ JAECOO 5 EV มีความยืดหยุ่นสูงในการใช้งาน และรองรับกับโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศไทยในปี 2026
ระบบความปลอดภัยและ ADAS: ขับขี่มั่นใจในทุกเส้นทาง
ในยุคที่เทคโนโลยียานยนต์ก้าวหน้า ระบบความปลอดภัยถือเป็นหัวใจสำคัญ และ JAECOO 5 EV ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยการติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ที่ทำงานร่วมกับเรดาร์คลื่นระดับมิลลิเมตร 2 ระบบ และเรดาร์คลื่นมิลิเมตรระยะไกล 1 ระบบ มอบความอุ่นใจในทุกการเดินทาง ระบบเหล่านี้ครอบคลุมฟังก์ชันสำคัญมากมาย:
ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ (Adaptive Cruise Control)
ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW)
ระบบเตือนการออกนอกเลน (LDW)
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ในสภาพความเร็วต่ำ (TJA)
ระบบรักษารถให้อยู่กลางเลน (LCA)
ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Monitoring)
ระบบเตือนเมื่อเปิดประตู (DOW)
ระบบช่วยเหลือเพื่อเปลี่ยนเลน (LCA)
ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน (ELK)
ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
ระบบช่วยเบรกขณะถอยหลัง (RCTB)
ระบบป้องกันการออกนอกเลน (LDP)
ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (IES)
ระบบแจ้งเตือนการออกตัว (DAI)
ระบบเตือนการชนด้านหลัง (RCW)
ระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (LKA)
ระบบจำกัดความเร็วแบบแอ็คทีฟ (ASL)
ระบบเบรกอัตโนมัติป้องกันการชน (MCB)
นอกจากนี้ ยังมีกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา และฟังก์ชันแสดงภาพใต้พื้นรถ 540 องศา ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการจอดรถในพื้นที่แคบหรือขับขี่ในเส้นทางที่มองเห็นพื้นผิวถนนได้ยาก เสริมด้วยเซนเซอร์กะระยะช่วยจอดด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้การขับขี่และการจอดรถด้วย JAECOO 5 EV เป็นไปอย่างง่ายดายและปลอดภัย
สีตัวถังและภายใน: เลือกให้เข้ากับสไตล์คุณ
JAECOO 5 EV มีสีตัวถังภายนอกให้เลือก 4 สี ที่สะท้อนถึงความทันสมัยและความพรีเมียม:
สีดำ Carbon Black
สีเทา Cloudy Grey
สีขาว Snowy White
สีน้ำเงิน Bahamas Blue
ส่วนภายในห้องโดยสารมีให้เลือก 2 โทนสี:
สีเทา Light Grey
สีดำ Black
การเลือกสีที่หลากหลายนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งรถให้เข้ากับสไตล์และความชอบส่วนบุคคลได้มากที่สุด
อนาคตของ JAECOO 5 EV ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยปี 2026
ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ เทคโนโลยีที่ครบครัน และดีไซน์ที่น่าดึงดูด JAECOO 5 EV จึงมีศักยภาพที่จะเป็น “ตัวเลือกที่ดีที่สุด” ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า B-SUV ของประเทศไทยในปี 2026 อย่างไม่ต้องสงสัย แบรนด์ OMODA & JAECOO ได้วางหมากอย่างชาญฉลาดในการนำเสนอ “รถ EV” ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านราคา ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญ
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่า JAECOO 5 EV ไม่เพียงแต่จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังจะเป็นแรงผลักดันให้ตลาดโดยรวมมีการแข่งขันด้านราคาและเทคโนโลยีที่เข้มข้นยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้บริโภคในระยะยาว การเข้ามาของ JAECOO 5 EV จะช่วยเร่งให้เกิดการ “ลงทุนรถยนต์ไฟฟ้า” ในหมู่ผู้บริโภคมากขึ้น และจะเป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำของประเทศไทย
นอกจากผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งแล้ว ความสำเร็จของ JAECOO ในประเทศไทยยังขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญอื่นๆ เช่น เครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุม การสนับสนุนหลังการขายที่แข็งแกร่ง และโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ OMODA & JAECOO ต้องให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจและประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่ดีเยี่ยมให้กับลูกค้าในระยะยาว การ “รีวิว รถยนต์ไฟฟ้า” จากผู้ใช้งานจริงในอนาคตจะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงคุณภาพและบริการของแบรนด์
สรุปและก้าวต่อไป
JAECOO 5 EV คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่ารถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป ด้วยแพ็คเกจที่ครบครัน ทั้งดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยี และความปลอดภัย ในราคาที่เริ่มต้นเพียง 549,000 บาท ทำให้ JAECOO 5 EV เป็นตัวเลือกที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหา “รถยนต์ไฟฟ้า JAECOO 5 EV” ที่คุ้มค่าและพร้อมสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันปี 2026
หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่กำลังพิจารณาเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าคันแรก หรือต้องการอัปเกรดจากรถยนต์สันดาปเดิม JAECOO 5 EV คือคำตอบที่ไม่อาจมองข้ามได้ ด้วยคุณสมบัติและราคาที่ท้าชนทุกข้อจำกัดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
อย่ารอช้า! สัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตด้วยตัวคุณเอง ลงทะเบียนเพื่อทดลองขับ JAECOO 5 EV หรือเยี่ยมชมโชว์รูม JAECOO ใกล้บ้านคุณวันนี้ เพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการยานยนต์ในประเทศไทย