
เจาะลึก Mercedes-Benz EQS ไมเนอร์เชนจ์ อัปเกรดใหญ่ปี 2026: คุ้มค่าแก่การลงทุน หรือควรชะลอการซื้อ?
ในฐานะที่ผมคลุกคลีอยู่ในแวดวงยานยนต์ระดับลักชัวรีและที่ปรึกษาด้านการเงินสำหรับสินทรัพย์มูลค่าสูงมานานกว่าหนึ่งทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของค่ายดาวสามแฉกมาทุกยุคสมัย แต่ไม่มีครั้งไหนที่น่าตื่นเต้นและสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาด EV ระดับไฮเอนด์ได้เท่ากับการประกาศเปิดตัว Mercedes-Benz EQS รุ่นปรับโฉมครั้งใหญ่ (Minorchange) ประจำปี 2026 นี้อีกแล้ว
นี่ไม่ใช่แค่การปรับหน้าทาปากแบบผ่านๆ เพื่อประคองยอดขาย แต่คือนวัตกรรมขั้นสุดยอดที่เป็นการ “ทิ้งทวน” แพลตฟอร์มนี้อย่างยิ่งใหญ่ ก่อนที่ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีจะส่งมอบไม้ต่อให้กับ All-New S-Class ในอนาคต สำหรับนักลงทุน ผู้บริหาร หรือใครก็ตามที่กำลังพิจารณาเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าระดับแฟลกชิป คำถามสำคัญไม่ได้มีเพียงแค่รถคันนี้วิ่งได้ไกลแค่ไหน หรือดีไซน์ล้ำยุคอย่างไร แต่คำถามที่แท้จริงคือ “ด้วยสนนราคาและต้นทุนทางการเงินในปัจจุบัน การตัดสินใจเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz EQS ในปี 2026 เป็นทางเลือกที่คุ้มค่า คุ้มราคา หรือมีจุดไหนที่คุณต้องระวังเพื่อไม่ให้เสียเงินก้อนโต?”
ในบทความนี้ ผมจะพาทุกท่านไปวิเคราะห์สเปกใหม่ที่อัปเกรดขึ้นอย่างก้าวกระโดด พร้อมกางตัวเลขทางการเงิน เปรียบเทียบกลยุทธ์ และตีแผ่ความจริงที่โชว์รูมอาจไม่ได้บอกคุณ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างเฉียบคมที่สุด
มีอะไรใหม่ใน Mercedes-Benz EQS รุ่นปรับโฉมปี 2026?
หากคุณเคยรู้สึกว่าดีไซน์เดิมของ Mercedes-EQ ดูโค้งมนเกินไปจนขาดความสุขุมในแบบที่รถระดับผู้นำควรมี การไมเนอร์เชนจ์ในรอบปี 2026 นี้คือคำตอบที่อุดรอยรั่วเหล่านั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในแง่ของภาพลักษณ์ภายนอก ความแรงของมอเตอร์ และที่สำคัญที่สุดคือเทคโนโลยีการจัดการพลังงาน
ดีไซน์ภายนอกและภายในที่ผสานความล้ำสมัยกับความคลาสสิก
กระจังหน้าและไฟหน้าใหม่: เปลี่ยนมาใช้กระจังหน้าลายดาวสามแฉก (Star Motif) ดีไซน์ใหม่ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา สง่างาม และดูภูมิฐานใกล้เคียงกับ S-Class เครื่องยนต์สันดาปมากขึ้น พร้อมไฟหน้า DRL ลาย Star Motif ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ห้องโดยสารอัจฉริยะขั้นสุด: ภายในยังคงความอลังการด้วยหน้าจอ MBUX Hyperscreen ทอดยาวตลอดแนวคอนโซล แต่สิ่งที่ได้รับการยกระดับคือการเปลี่ยนไปใช้ระบบปฏิบัติการ MB.OS (Mercedes-Benz Operating System) ล่าสุด พร้อมผู้ช่วยอัจฉริยะ AI ที่ตอบสนองได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ส่วนผู้โดยสารตอนหลังจะได้รับความเพลิดเพลินผ่านหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 13.1 นิ้ว
ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าใหม่และการแบ่งชาร์จเพื่อความเร็วสูงสุด
หัวใจสำคัญของ Mercedes-Benz EQS ปี 2026 คือการอัปเกรดระบบขับเคลื่อนและสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า โดยเปลี่ยนมาใช้ระบบไฟฟ้า 800 โวลต์ (800V Architecture) ร่วมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุใหญ่ขึ้นสูงสุดถึง 122 kWh ในรุ่นหลัก ส่งผลให้ระยะทางการขับขี่พุ่งทะยานไปไกลถึง 926 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) ในรุ่น EQS 450+
นอกจากนี้ ทุกรุ่นย่อยยังได้รับการติดตั้ง เกียร์ 2 จังหวะ (2-Speed Transmission) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่หาได้ยากในรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป ประโยชน์ของมันคือการช่วยเพิ่มแรงบิดในจังหวะออกตัวได้อย่างจัดจ้าน และช่วยลดรอบมอเตอร์เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนไฮเวย์ ส่งผลให้ประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีไลน์อัปความแรงให้เลือกสรรถึง 4 รุ่นหลัก ได้แก่:
EQS 400: พละกำลัง 362 แรงม้า
EQS 450+: รุ่นเน้นระยะทางไกลสูงสุด 926 กม.
EQS 500 4MATIC: พละกำลัง 469 แรงม้า
EQS 580 4MATIC: พละกำลังสูงถึง 577 แรงม้า
Expert Insight จากประสบการณ์ของผม: ระบบชาร์จ DC ที่รองรับสูงสุดถึง 350 kW ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ (Game Changer) ของรถรุ่นนี้ Mercedes-Benz ใช้เทคนิคอัจฉริยะในการ “แบ่งแบตเตอรี่ชาร์จพร้อมกัน 2 ชุด” ทำให้การชาร์จเพียง 10 นาที สามารถเพิ่มระยะทางการวิ่งได้สูงถึงประมาณ 320 กิโลเมตร ซึ่งนี่คือสเปกที่ตอบโจทย์มหาเศรษฐีหรือผู้บริหารที่เวลาทุกนาทีมีค่าเป็นเงินเป็นทอง
ระบบควบคุมอัจฉริยะ Steer-by-Wire และพวงมาลัย Yoke
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สร้างเสียงฮือฮาคือการนำระบบ Steer-by-Wire หรือพวงมาลัยไฟฟ้าไร้แกนแกนกลไกเชื่อมต่อตรงมาใช้ ระบบนี้จะคำนวณน้ำหนักและการหมุนพวงมาลัยด้วยสัญญาณไฟฟ้า 100% ทำให้การควบคุมรถขนาดใหญ่ในเมืองหรือตอนถอยจอดทำได้ง่ายดายและเบามืออย่างเหลือเชื่อ ควบคู่ไปกับตัวเลือกพวงมาลัยทรง Yoke สไตล์ยานอนาคต อย่างไรก็ตาม สำหรับลูกค้าที่ยังคงชอบความคุ้นเคยและเน้นความปลอดภัยแบบดั้งเดิม ทาง Mercedes-Benz ก็ยังคงเปิดโอกาสให้เลือกพวงมาลัยทรงกลมคลาสสิกได้เช่นกัน
What This Means for You: ข้อมูลนี้มีความหมายต่อคุณอย่างไร?
หากคุณกำลังพิจารณาควักเงินในกระเป๋าหลักล้านเพื่อซื้อยานพาหนะคู่ใจคันใหม่ การเปลี่ยนแปลงใน Mercedes-Benz EQS ไมเนอร์เชนจ์ปี 2026 นี้ ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของคุณในหลายมิติ:
หมดความกังวลเรื่องระยะทาง (Range Anxiety): ด้วยระยะทางวิ่งจริงที่เฉียดใกล้ 900 กิโลเมตร (ในการใช้งานจริงอาจอยู่ที่ประมาณ 750-800 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและระบบปรับอากาศในประเทศไทย) หมายความว่าคุณสามารถขับรถเดินทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-หัวหิน หรือ กรุงเทพฯ-พัทยา ได้หลายรอบโดยไม่ต้องแวะชาร์จแบตเตอรี่เลยด้วยซ้ำ
มูลค่าขายต่อ (Resale Value) ของรุ่นเดิมกำลังจะดิ่งลง: การมาถึงของแบตเตอรี่ 122 kWh และระบบ 800V จะทำให้เทคโนโลยีใน EQS รุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์ (ซึ่งใช้ระบบ 400V) กลายเป็นเทคโนโลยีตกรุ่นทันที หากคุณถือครองรุ่นเก่าอยู่ ควรรีบประเมินสถานการณ์ทางการเงินก่อนที่ราคาในตลาดมือสองจะปรับตัวลดลงมากกว่านี้
เทคโนโลยีความปลอดภัยที่จับต้องได้: ระบบ Steer-by-Wire ไม่ได้มีดีแค่ความเท่ แต่ในแง่ของความปลอดภัย มันสามารถทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติและระบบเบรกฉุกเฉินได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ซึ่งหมายถึงความปลอดภัยของชีวิตคุณและครอบครัว
Should You Buy, Wait, or Rent/Invest? วิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเงิน: ซื้อ, รอ หรือเช่า/ลงทุนดี?
ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ผมมักจะเตือนสติลูกค้าเสมอว่า “รถยนต์หรูคือสินทรัพย์ที่เสื่อมค่า (Depreciating Asset) ไม่ใช่การลงทุนเพื่อเก็งกำไร” ดังนั้น การเลือกทางเลือกที่เหมาะกับสถานะกระแสเงินสด (Cash Flow) ของคุณจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ลองมาดูการเปรียบเทียบสถานการณ์ (Scenario Comparison) ระหว่าง Buyer A และ Buyer B เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นครับ
[กรณีศึกษาเปรียบเทียบ]
Buyer A (นักธุรกิจสายซื้อขาด): ตัดสินใจซื้อ Mercedes-Benz EQS รุ่นใหม่ด้วยเงินสดหรือจัดไฟแนนซ์ดาวน์สูง หวังอสังหาริมทรัพย์เคลื่อนที่เพื่อภาพลักษณ์ทางธุรกิจ
Buyer B (ผู้บริหารสายบริหารความเสี่ยง): เลือกใช้สัญญาเช่าทางการเงินระยะยาว (Financial Lease / Operating Lease) หรือนำเงินก้อนไปลงทุนในกองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ แล้วนำปันผลมาจ่ายค่าเช่ารถแทน
| ปัจจัยที่ต้องพิจารณา | ซื้อขาด (Buyer A) | เช่าระยะยาว / บริหารทางการเงิน (Buyer B) |
| :— | :— | :— |
| เงินลงทุนเริ่มต้น | สูงมาก (ต้องใช้เงินก้อนใหญ่) | ต่ำ (จ่ายเป็นรายเดือนตามสัญญาเช่า) |
| ความเสี่ยงด้านราคาตก (Depreciation) | แบกรับความเสี่ยง 100% เต็ม เมื่อเทคโนโลยี EV เปลี่ยนแปลงเร็ว | ไม่มีความเสี่ยง ครบสัญญาสามารถส่งคืนรถแล้วเปลี่ยนรุ่นใหม่ได้ทันที |
| ประโยชน์ทางภาษี | หักค่าเสื่อมราคาได้ตามกฎหมายกำหนด | สามารถนำค่าเช่าไปหักเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้สูงสุดตามเพดานกฎหมายปี 2026 |
| การบำรุงรักษาและประกันภัย | ต้องจ่ายเองหลังจากหมดระยะเวลารับประกัน | มักรวมอยู่ในแพ็กเกจค่าเช่ารายเดือนแล้ว |
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ:
ควรซื้อ (Buy) ก็ต่อเมื่อ: คุณเป็นเจ้าของกิจการที่ต้องการนำยอดซื้อไปหักลดหย่อนภาษีบริษัท และวางแผนที่จะใช้งานรถคันนี้ยาวนานกว่า 6-8 ปีขึ้นไป เพื่อให้ค่าเสื่อมราคาเฉลี่ยต่อปีอยู่ในระดับที่ยอมรับได้
ควรชะลอการซื้อ/รอ (Wait) ก็ต่อเมื่อ: คุณไม่ได้รีบร้อน และต้องการรอดูท่าทีของ All-New S-Class เจเนอเรชันถัดไปที่มีข่าวลือว่าจะหลอมรวมความเป็น EV และเครื่องยนต์สันดาปเข้าด้วยกัน ซึ่งอาจเปิดตัวตามมาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ควรเช่าดำเนินงาน (Rent/Lease) ซึ่งเป็น Best Option ปัจจุบัน: เนื่องจากตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มลักชัวรีกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วมาก (Technology Disruption) การเลือกใช้โปรแกรมเช่าซื้อแบบบอลลูน หรือ Operating Lease ของทาง Mercedes-Benz StarChoice จะช่วยปกป้องคุณจากความเสี่ยงเรื่องราคาขายต่อดิ่งเหวได้อย่างดีที่สุด
Best Financial Strategies Right Now (2026) กลยุทธ์ทางการเงินที่ดีที่สุด ณ เวลานี้
หากคุณตัดสินใจแล้วว่าจะเดินหน้าเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz EQS ไมเนอร์เชนจ์คันนี้ นี่คือทางเลือกและกลยุทธ์ทางการเงินที่คุณควรนำไปเจรจากับที่ปรึกษาทางการเงินหรือโชว์รูมเพื่อผลประโยชน์สูงสุด:
Lock-In อัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะยาว (Fixed Mortgage Rates / Home Loans Connection): สำหรับผู้ที่วางแผนจะดึงวงเงินลงทุนจากสินทรัพย์อื่น หรือการรีไฟแนนซ์ (Refinancing) สินทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า เพื่อนำมาซื้อรถเงินสด ให้คำนวณอัตราดอกเบี้ยแท้จริง (Effective Rate) ให้ดี ในปี 2026 อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มผันผวน การล็อกวงเงินสินเชื่อรถยนต์ที่มีข้อเสนอพิเศษจาก Mercedes-Benz Leasing มักจะคุ้มค่ากว่าการไปกู้สินเชื่อส่วนบุคคลรูปแบบอื่น
การเลือกแผนประกันภัย (Insurance Optimization): รถยนต์ไฟฟ้าระดับลักชัวรีที่มีระบบ Steer-by-Wire และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 122 kWh จะมีค่าเบี้ยประกันภัยชั้น 1 ที่ค่อนข้างสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป คุณควรเจรจาขอแถมแพ็กเกจประกันภัยซ่อมซ่อมห้าง (Official Dealer Repair) อย่างน้อย 2-3 ปีพ่วงมากับตัวรถ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุ ค่าซ่อมชิ้นส่วนเทคโนโลยีเหล่านี้จะมีราคาสูงมหาศาล
เปรียบเทียบ Cost vs Benefit ของแต่ละรุ่นย่อย: จากประสบการณ์ของผม รุ่น EQS 450+ เป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับผู้ที่เน้นการใช้งานจริง เพราะได้ระยะทางขับขี่สูงสุดถึง 926 กม. ในขณะที่รุ่น EQS 580 4MATIC แม้จะได้ความแรงระดับ 577 แรงม้า แต่แรงม้าที่เกินความจำเป็นสำหรับถนนในเมืองไทยนั้นอาจไม่คุ้มค่ากับส่วนต่างราคาที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นหลักล้านบาท
Cost Breakdown / Pricing Impact โครงสร้างค่าใช้จ่ายและผลกระทบด้านราคา
เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมทางการเงินอย่างชัดเจน ผมได้ทำประมาณการโครงสร้างค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz EQS ไมเนอร์เชนจ์ (รุ่นคาดการณ์ EQS 450+) ตลอดระยะเวลาการถือครอง 5 ปี เพื่อให้คุณนำไปคำนวณความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจลงทุน
| รายการค่าใช้จ่าย (Estimated Cost Items) | มูลค่าประมาณการ (บาท) | หมายเหตุ / แนวทางการประหยัด |
| :— | :— | :— |
| ราคาตัวรถคาดการณ์ (Retail Price) | 6,500,000 – 7,500,000 | ขึ้นอยู่กับออปชันและภาษีนำเข้าในปี 2026 |
| เบี้ยประกันภัยชั้น 1 (ต่อปี) | 80,000 – 120,000 | แนะนำให้เลือกบริษัทประกันที่มีสัญญาร่วมกับศูนย์บริการอย่างเป็นทางการเท่านั้น |
| ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (5 ปี) | 0 – 50,000 | แนะนำให้เลือกซื้อแพ็กเกจ MBSP (Mercedes-Benz Service Plus) เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย |
| ค่าชาร์จกระแสไฟฟ้า (เฉลี่ย 20,000 กม./ปี) | 24,000 | คำนวณจากการชาร์จไฟบ้าน (Home Charger) ช่วง Off-Peak Rate |
| มูลค่าเสื่อมราคาคาดการณ์หลังปีที่ 5 (Depreciation) | 40% – 50% ของราคาซื้อ | เป็นตัวเลขมาตรฐานของรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มนี้ |
ข้อสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญ: แม้ว่าค่าเสื่อมราคาจะดูน่าใจหาย แต่มันจะถูกชดเชยด้วย “ต้นทุนพลังงานที่ต่ำมาก” เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาปในคลาสเดียวกัน (เช่น S-Class S 350 d หรือ S 580 e) ซึ่งรถน้ำมันระดับนี้จะมีค่าเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80,000 – 100,000 บาทต่อปี เท่ากับว่าการขับขี่ EQS จะช่วยให้คุณประหยัดเงินค่าพลังงานไปได้มากกว่า 300,000 บาท ตลอดระยะเวลา 5 ปี
Mistakes to Avoid That Could Cost You Money ข้อผิดพลาดที่ต้องระวัง… ก่อนเสียเงินก้อนโตโดยใช่เหตุ!
ผมได้เห็นลูกค้ากระเป๋าหนักหลายคนต้องมานั่งนึกเสียใจทีหลังเพียงเพราะมองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ นี่คือ 3 ข้อผิดพลาดสำคัญที่คุณต้องหลีกเลี่ยง:
มองข้ามความพร้อมของระบบไฟฟ้าที่บ้าน (Home Charging Infrastructure)
การซื้อรถที่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 122 kWh แต่ระบบไฟที่บ้านยังเป็นแบบ 1 เฟส 15(45)A แบบเดิม จะทำให้คุณไม่สามารถชาร์จไฟรถคันนี้ให้เต็มได้ทันเวลาในชั่วข้ามคืน การปรับปรุงระบบไฟฟ้าในบ้านให้เป็น 3 เฟส พร้อมติดตั้ง Wallbox Charger ขนาด 22 kW มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตั้งแต่ 50,000 ถึง 100,000 บาท ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณต้องคำนวณรวมเข้าไปในงบประมาณตั้งแต่แรก
เลือกพวงมาลัย Yoke โดยไม่ไปทดลองขับจริง
พวงมาลัยแบบ Yoke ดีไซน์ล้ำยุคนั้นดูสวยงามและมอบความรู้สึกเหมือนขับขี่เครื่องบินเจ็ต แต่ในชีวิตจริง การเลี้ยวโค้งแคบๆ การกลับรถใต้สะพาน หรือการถอยจอดในห้างสรรพสินค้าที่ต้องสาวพวงมาลัยหลายรอบนั้น พวงมาลัยทรง Yoke ที่ทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้า Steer-by-Wire อาจสร้างความไม่คุ้นชินและเสี่ยงต่อการเกิดเฉี่ยวชนได้ง่ายในช่วงแรก
คำแนะนำของผม: “ผมเคยเห็นลูกค้าหลายรายต้องเสียเงินเปลี่ยนพวงมาลัยกลับเป็นทรงกลมแบบเดิมเพราะรับความรู้สึกนี้ไม่ได้ ดังนั้น จงไปทดลองขับที่โชว์รูมให้มั่นใจเสียก่อนตัดสินใจสั่งออปชันนี้”
ละเลยการเช็กเงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ (Battery Warranty Terms)
แม้ว่า Mercedes-Benz จะมีการรับประกันแบตเตอรี่ที่ยาวนาน (มักจะอยู่ที่ 8-10 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร) แต่คุณต้องอ่านเงื่อนไขตัวเปิด (Fine Print) ให้ละเอียด เช่น การดัดแปลงระบบไฟฟ้ารถยนต์ การนำรถไปติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการละเลยการเข้ารับบริการตามกำหนด อาจทำให้การรับประกันแบตเตอรี่มูลค่าหลักล้านบาทนี้สิ้นสุดลงทันที ซึ่งนั่นคือความเสี่ยงทางการเงินที่คุณไม่ควรแบกรับอย่างเด็ดขาด
บทสรุปและก้าวต่อไปของคุณ
Mercedes-Benz EQS รุ่นไมเนอร์เชนจ์ปี 2026 คือที่สุดแห่งวิศวกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ค่ายดาวสามแฉกเคยสร้างมา การอัปเกรดระบบเป็น 800V แบตเตอรี่ที่วิ่งได้ไกลทะลุ 926 กม. และเกียร์ 2 จังหวะ ทำให้รถคันนี้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไปอย่างสิ้นเชิง และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับคู่แข่งในตลาดได้อย่างสมศักดิ์ศรี
หากพิจารณาในแง่การเงิน การเป็นเจ้าของรถยนต์คันนี้ผ่านนวัตกรรมทางการเงินอย่างการเช่าซื้อระยะยาว หรือการจัดโครงสร้างภาษีในนามนิติบุคคล คือทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุดในการเข้าถึงเทคโนโลยีระดับท็อปโดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงด้านค่าเสื่อมราคาในอนาคต
คุณพร้อมหรือยังที่จะสัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตและยกระดับภาพลักษณ์ทางธุรกิจของคุณไปอีกขั้น? อย่าปล่อยให้โอกาสทองในการบริหารสินทรัพย์หลุดลอยไป เริ่มต้นก้าวแรกของคุณวันนี้ ด้วยการติดต่อที่ปรึกษาการขาย ณ ผู้จำหน่าย Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการใกล้บ้านคุณ เพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษ เช็กตารางดอกเบี้ยล่าสุด หรือนัดหมายทดลองขับสัมผัสระบบ Steer-by-Wire ของจริงก่อนใคร!