
Mercedes-Benz EQE 300: การพลิกเกมของรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม สู่ยุคใหม่แห่งความคุ้มค่าและสมรรถนะ (อัปเดต 2026)
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และในโลกของรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม ชื่อของ Mercedes-Benz EQE 300 ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ไม่อาจมองข้าม ด้วยการปรับกลยุทธ์ด้านราคาครั้งใหญ่ ทำให้รถยนต์คันนี้กลับมาอยู่ในสายตาของผู้บริโภคที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าหรูหราพร้อมสมรรถนะที่โดดเด่น บทความนี้จะเจาะลึกถึงทุกแง่มุมของ Mercedes-Benz EQE 300 ทั้งในเชิงเทคนิค ประสบการณ์การขับขี่ และความคุ้มค่าในยุคที่ผู้บริโภคฉลาดเลือกมากกว่าที่เคย
การปรับราคาครั้งประวัติศาสตร์: จุดเปลี่ยนสำคัญของ Mercedes-Benz EQE 300
คงต้องยอมรับว่าในช่วงแรกของการเปิดตัว Mercedes-Benz EQE 300 ในตลาดประเทศไทย การตอบรับอาจไม่เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดหวัง ปัจจัยหลักหนีไม่พ้นเรื่อง “ราคา” ที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกับรถยนต์สันดาปภายในระดับพรีเมียมอย่าง E-Class ซึ่งทำให้แรงจูงใจในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV ลดลงอย่างเห็นได้ชัดในสายตาผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม Mercedes-Benz ได้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในกลไกตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค ด้วยการประกาศปรับลดราคาจำหน่ายลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 3,970,000 บาท เหลือเพียง 2,890,000 บาท พร้อมส่วนลดสูงถึง 1,080,000 บาท ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมให้ Mercedes-Benz EQE 300 กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม ณ ปัจจุบัน
การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์นี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ ราคา Mercedes-Benz EQE 300 เข้าถึงง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซกเมนต์รถหรูไฟฟ้าที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในปี 2026 นี้ ทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุดจากทางเลือกที่หลากหลายและราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น การที่ผู้ผลิตกล้าที่จะลงทุนกับการลดราคาเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาด และทำให้การ “ซื้อ Mercedes-Benz EQE 300” เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าเดิมหลายเท่า
ข้อเสนอสุดพิเศษ: เพิ่มมูลค่าให้ Mercedes-Benz EQE 300 ยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากส่วนลดราคาที่สะเทือนวงการแล้ว Mercedes-Benz ยังพ่วงมาด้วย “ข้อเสนอ EQE 300” ที่เป็นดั่งแพ็กเกจพิเศษที่ทำให้การเป็นเจ้าของรถยนต์คันนี้คุ้มค่ายิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 1 ปี, สิทธิพิเศษในการชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบ DC ไม่จำกัดจำนวนครั้ง นาน 1 ปี ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่อง “อัตราสิ้นเปลืองรถไฟฟ้า” ในช่วงปีแรกได้อย่างมาก และที่สำคัญคือ ฟรี Wallbox พร้อมติดตั้ง ณ ที่พักอาศัย ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกในการชาร์จรถไฟฟ้าในชีวิตประจำวันได้อย่างดีเยี่ยม
รถยนต์ Mercedes-Benz EQE 300 ทุกคันยังเป็นรถยนต์นำเข้าทั้งคัน (CBU) จากประเทศเยอรมนี ซึ่งรับประกันคุณภาพตามมาตรฐานระดับโลก และมาพร้อมกับการรับประกันแบตเตอรี่ High-voltage นานถึง 10 ปี หรือไม่เกิน 250,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานและช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานในระยะยาวได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ผู้ขับขี่หมดกังวลเกี่ยวกับ “แบตเตอรี่รถไฟฟ้า” ที่มักเป็นข้อกังวลอันดับต้นๆ ของผู้ที่สนใจรถยนต์ EV
เจาะลึกสมรรถนะ: หัวใจขับเคลื่อนของ Mercedes-Benz EQE 300
ภายใต้รูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวและทันสมัย Mercedes-Benz EQE 300 มาพร้อมกับขุมพลังขับเคลื่อนที่น่าประทับใจ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ที่ให้กำลังสูงสุด 180 กิโลวัตต์ หรือ 245 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดถึง 550 นิวตันเมตร ถ่ายทอดพลังงานลงสู่ล้อหลัง (RWD) ได้อย่างนุ่มนวลแต่ทรงพลัง แบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาดความจุ 89 kWh เป็นหัวใจสำคัญที่มอบ “ระยะทางวิ่ง EQE 300” ได้สูงสุดถึง 651 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจและตอบโจทย์การใช้งานทั้งในเมืองและการเดินทางไกลได้เป็นอย่างดี
ด้านการชาร์จพลังงาน Mercedes-Benz EQE 300 รองรับการชาร์จทั้งแบบไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) สูงสุด 11 kW ซึ่งใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง 25 นาที (จาก 10% ถึง 100%) และการชาร์จแบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) สูงสุด 170 kW ที่สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ภายในเวลาเพียง 32 นาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้การ “ชาร์จรถไฟฟ้า” สะดวกและรวดเร็ว ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่บ้านหรือตามสถานีชาร์จนอกสถานที่
ในส่วนของ “สมรรถนะ EQE 300” ตัวเลขจากโรงงานบ่งบอกถึงความคล่องตัวที่ยอดเยี่ยม ด้วยอัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 7.3 วินาที และความเร็วสูงสุด Top Speed ทำได้ 210 km/h ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานบนท้องถนนในทุกสถานการณ์ และด้วยน้ำหนักตัวรถที่ 2,405 กิโลกรัม (ไม่รวมผู้โดยสารและสัมภาระ) ซึ่งหนักกว่ารถยนต์สันดาปภายในในพิกัดเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำและยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยม มอบความรู้สึกมั่นคงและนุ่มนวลในการขับขี่ที่เหนือกว่า ซึ่งเป็นหนึ่งใน “รีวิว EQE 300” ที่ผู้ใช้งานมักจะกล่าวถึง
งานดีไซน์: Aerodynamics เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
การออกแบบภายนอกของ Mercedes-Benz EQE 300 ถือเป็นการยกระดับภาษาการออกแบบ “Sensual Purity” สู่ยุคดิจิทัล เส้นสายที่เรียบง่ายแต่โค้งมน ถูกออกแบบมาเพื่อลดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ (Cd) ให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่ม “ระยะทางวิ่ง EQE 300” เท่านั้น แต่ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดู “ล้ำสมัย” และแตกต่างจากรถยนต์ Mercedes-Benz ในอดีตอย่างชัดเจน แม้ว่าบางท่านอาจยังไม่คุ้นชินกับรูปทรงที่ดูเหมือนไร้รอยต่อในครั้งแรก แต่เมื่อได้สัมผัสและมองนานๆ จะพบว่านี่คือวิสัยทัศน์ของยานยนต์ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ในแง่ของฟังก์ชันการใช้งานบางจุด อาจจะต้องใช้ความคุ้นเคย เช่น ล้อที่มีแผ่นปิดเพื่อลดแรงต้านอากาศ ซึ่งแม้จะช่วยในเรื่องประสิทธิภาพ แต่ก็อาจสร้างความท้าทายเล็กน้อยในการตรวจสอบหรือเติมลมยาง เนื่องจากช่องสำหรับจุ๊บลมมีขนาดเล็กและเข้าถึงยาก ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้ใช้งาน “รถ EV” ควรทราบและปรับตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยางของ Mercedes-Benz EQE 300 ค่อนข้างบาง การหมั่นตรวจสอบแรงดันลมยางจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
ประสบการณ์ภายในห้องโดยสาร: เทคโนโลยีและความสะดวกสบาย
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Mercedes-Benz EQE 300 คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของความหรูหราผสานกับ “เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า” ที่ล้ำสมัย จอแสดงผลบริเวณคอนโซลกลางแบบ OLED central display ขนาด 12.8 นิ้ว และจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ Digital ขนาด 12.3 นิ้ว ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของข้อมูลและความบันเทิง ด้วยกราฟิกที่คมชัดและอินเทอร์เฟซ MBUX ที่ใช้งานง่ายและตอบสนองได้รวดเร็ว แม้ว่าคอนโซลหน้าที่ค่อนข้างใหญ่และตำแหน่งจอที่สูง อาจทำให้ผู้ขับขี่บางท่านที่ชอบท่านั่งต่ำรู้สึกว่าต้องปรับท่านั่งให้สูงขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อใช้งานจริง หน้าจอขนาดใหญ่เหล่านี้กลับมอบประสบการณ์ที่สวยงาม ใช้งานง่าย และสบายตาอย่างน่าประหลาดใจ
ในส่วนของเบาะนั่งนั้น เบาะคู่หน้ามอบความกระชับและรองรับสรีระได้ดีเยี่ยมสำหรับการขับขี่ระยะไกล ในขณะที่เบาะนั่งด้านหลัง แม้จะออกแบบให้มีลักษณะคล้าย “หลุม” เพื่อความกระชับ แต่ก็อาจทำให้ผู้โดยสารบางท่านรู้สึกว่าลุกออกค่อนข้างยากเมื่อเทียบกับความสบายของ E-Class ซึ่งมีพื้นที่ช่วงขาและองศาการนั่งที่ผ่อนคลายกว่า อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของวัสดุที่ใช้และการเก็บรายละเอียดภายในยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานระดับพรีเมียมของ Mercedes-Benz อย่างแท้จริง
การทดสอบจริง: พิสูจน์สมรรถนะและระยะทาง
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมเชื่อว่า “รีวิว EQE 300” ที่ดีที่สุดคือการใช้งานจริงบนสภาพถนนที่หลากหลาย เราได้นำ Mercedes-Benz EQE 300 ออกทดสอบการเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ขอนแก่น ระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร เพื่อพิสูจน์ “ระยะทางวิ่ง EQE 300” และความสามารถในการขับขี่ระยะไกลของรถยนต์ไฟฟ้าคันนี้
ขับขี่ในเมือง: ระบบช่วยเหลือต่างๆ และความเงียบของห้องโดยสาร ทำให้การขับขี่ในสภาพจราจรหนาแน่นเป็นเรื่องผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ ความรู้สึกแตกต่างจากการขับขี่รถเบนซ์สันดาปภายในอย่างชัดเจน ความเงียบสงบช่วยลดความเครียดและเพิ่มความสุนทรีย์ในการเดินทาง
เดินทางไกล: บนถนนหลวง สัมผัสแรกคือความนุ่มนวลของช่วงล่างและความเงียบที่อาจทำให้เราเผลอเหยียบคันเร่งเกินความเร็วที่กำหนดได้ง่ายๆ ซึ่ง Active Distance Assist DISTRONIC ที่มีประสิทธิภาพสูง เข้ามามีบทบาทสำคัญในการรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าและควบคุมความเร็วได้อย่างแม่นยำ ทำให้การเดินทางระยะไกลเป็นไปอย่างสะดวกสบายและปลอดภัย ผู้ขับขี่เพียงแค่ประคองพวงมาลัยเท่านั้น ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติเมื่อรถช้าลงและเร่งความเร็วเองเมื่อถนนโล่ง ถือเป็น “ระบบช่วยเหลือการขับขี่” ที่ทำงานได้อย่างไร้ที่ติ และเป็นจุดเด่นของ “รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม” รุ่นนี้
ด้วยน้ำหนักตัวรถที่มากถึง 2,405 กิโลกรัม Mercedes-Benz EQE 300 มีความนิ่งและยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับสภาพถนนเปียกหรือมีน้ำขัง การผ่านแอ่งน้ำไม่ได้ทำให้รถเสียอาการหรือเกิดอาการเหินน้ำอย่างที่รถยนต์น้ำหนักเบาอาจเป็น ซึ่งถือเป็นข้อดีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ “Mercedes-Benz EQE 300 ภาคอีสาน” ที่การตรวจสอบแรงดันลมยางสำหรับขนาดยาง 255/40 R20 (แนะนำให้เติมแข็ง) จึงเป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อรักษาสมรรถนะการยึดเกาะและการทรงตัว
การจัดการพลังงานและการชาร์จ:
ความกังวลเรื่องสถานี “ชาร์จรถไฟฟ้า” ในการเดินทางไกลเป็นเรื่องปกติ แต่จากประสบการณ์จริง เราใช้วิธี “เจอที่ไหน ชาร์จที่นั่น” โดยไม่รอให้แบตเตอรี่เหลือน้อยเกินไป จุดชาร์จแรกที่สระบุรี เราชาร์จเพื่อเติมพลังงานให้ได้ประมาณ 80% ก่อนเดินทางต่อไปยังขอนแก่น และเมื่อถึงปลายทาง รถยังคงมีระยะทางวิ่งเหลืออีกกว่า 300 กิโลเมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการท่องเที่ยวในตัวเมืองได้อย่างสบาย
แม้ว่าสถานีชาร์จ DC ในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในเมืองรอง อาจจะยังมีจำนวนจำกัดและบางจุดอาจจ่ายไฟได้ไม่เต็มกำลังสูงสุดตามที่รถรองรับ (เช่น ตู้ 180 kW แต่จ่ายจริงได้น้อยกว่า) แต่ Mercedes-Benz EQE 300 ยังคงสามารถรับไฟได้ค่อนข้างเร็ว แม้แบตเตอรี่จะเกิน 80% ไปแล้ว ซึ่งช่วยลดเวลาการรอคอยได้อย่างมาก การชาร์จเพียง 15-20 นาที ก็สามารถเพิ่มพลังงานได้ถึง 20% ทำให้การเดินทางราบรื่นยิ่งขึ้น
จุดเด่นสำคัญคือระบบการจัดการพลังงานของ Mercedes-Benz EQE 300 ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก จากการทดสอบพบว่า “อัตราสิ้นเปลืองรถไฟฟ้า” โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 15.4 kWh/100 กม. ซึ่งถือว่าประหยัดอย่างน่าทึ่งเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวของรถ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเฉลี่ยแล้วตกเพียง “กิโลเมตรละ 1 บาท” เท่านั้น เป็นความคุ้มค่าที่รถยนต์สันดาปภายในยากจะเทียบได้ นอกจากนี้ ตัวเลขระยะทางวิ่งที่แสดงบนหน้าจอมีความน่าเชื่อถือและแปรผันตามพฤติกรรมการขับขี่จริง ไม่เหมือนบางค่ายที่ตัวเลขอาจคลาดเคลื่อนไปมาก
ความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่: อุ่นใจในทุกเส้นทาง
Mercedes-Benz EQE 300 จัดเต็มด้วยระบบความปลอดภัยและ “ระบบช่วยเหลือการขับขี่” ที่ล้ำสมัยตามมาตรฐานของ Mercedes-Benz เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเดินทางได้อย่างอุ่นใจ
ถุงลมนิรภัยรอบคัน (ด้านหน้า, ด้านข้าง, ม่านถุงลมนิรภัย, หัวเข่า, ระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสาร)
โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP (Electronic Stability Program)
ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active Lane Keeping Assist)
ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist)
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist)
ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้า และควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Active Distance Assist DISTRONIC
กล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยจอด
ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE–SAFE® system
ระบบเตือนแรงดันลมยาง
ระบบสร้างเสียงจำลอง เพื่อเตือนผู้ใช้ถนน Acoustic presence indicator (สำคัญสำหรับ “รถ EV” ที่เงียบมาก)
นอกจากนี้ ระบบมัลติมีเดีย MBUX พร้อม Hard–disc navigation ยังมาพร้อมแผนที่แบบ 3 มิติ และข้อมูล Live Traffic Information ที่แม่นยำ รวมถึงการแสดงสถานีชาร์จไฟบนแผนที่ ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ช่วยลดความกังวลในการวางแผนการเดินทางด้วย “รถยนต์ไฟฟ้า” ได้อย่างมาก
บทสรุป: ทำไม Mercedes-Benz EQE 300 จึงเป็นทางเลือกที่โดดเด่นในปี 2026
จากการวิเคราะห์อย่างละเอียดและประสบการณ์ตรงในการขับขี่ ผมขอยืนยันว่า Mercedes-Benz EQE 300 ใน “ราคา EQE 300” ปัจจุบันที่ 2,890,000 บาท ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่พลิกโฉมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมอย่างแท้จริง มันไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้าที่ให้สมรรถนะดีเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังเป็น “รถหรูไฟฟ้า” ที่มาพร้อมกับความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ต่ำกว่ารถยนต์สันดาปภายในอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา “รถ EV” ที่ผสานความหรูหรา ประสิทธิภาพการขับขี่ที่เหนือชั้น เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง และความประหยัดในการใช้งานในระยะยาว Mercedes-Benz EQE 300 คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการเป็นรถยนต์นำเข้า (CBU เยอรมนี) พร้อม “ประกันรถไฟฟ้า” และ “Wallbox ฟรี” รวมถึงการรับประกันแบตเตอรี่ที่ยาวนาน ทำให้การ “จอง EQE 300 ออนไลน์” หรือเยี่ยมชม “โชว์รูม Mercedes-Benz” เพื่อสัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์คันนี้ เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม
ในยุคที่ “รถยนต์ไฟฟ้า” กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การตัดสินใจเลือกยานพาหนะคู่ใจจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ Mercedes-Benz EQE 300 ไม่เพียงแต่เป็นพาหนะ แต่ยังเป็นการลงทุนในอนาคตที่ยั่งยืนและประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสกับ “ดีล Mercedes-Benz EQE 300” ที่ไม่เคยมีมาก่อน และเริ่มต้นเส้นทางใหม่กับยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมระดับโลก ผมขอแนะนำให้คุณไปทดลองขับและสัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวคุณเอง แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไม Mercedes-Benz EQE 300 คันนี้ถึงเป็น “Mercedes-Benz EQE 300 ราคาที่ทำให้ต้องมอง” จริงๆ
อย่ารอช้า! สัมผัสประสบการณ์สุดยอดของ Mercedes-Benz EQE 300 วันนี้
หากคุณพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่โลกแห่งยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม และต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Mercedes-Benz EQE 300 ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอพิเศษ, ตาราง “ผ่อน EQE 300”, หรือต้องการนัดหมายเพื่อทดลองขับ สามารถติดต่อ “โชว์รูม Mercedes-Benz ใกล้ฉัน” หรือสอบถามผ่านช่องทางออนไลน์ของ Mercedes-Benz ทั่วประเทศ เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ และค้นพบ “รุ่น EQE 300” ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ.