
เจาะลึก Honda Accord e:HEV ปี 2026: คุ้มไหมกับราคาใหม่? วิเคราะห์กลยุทธ์การเงินและทางเลือกที่ดีที่สุดของคุณ
ในยุคที่ตลาดรถยนต์นั่งขนาดกลาง (D-Segment) เผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือด ทั้งจากกระแสรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และรถอเนกประสงค์ SUV ที่เข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับ Honda ประเทศไทย รถซีดานหรูระดับเรือธงอย่าง Honda Accord e:HEV ยังคงทำหน้าที่เป็นตัวแทนของความพรีเมียม ความน่าเชื่อถือ และเทคโนโลยีไฮบริดที่พิสูจน์ตัวเองมาอย่างยาวนาน
ล่าสุดกับการเปิดตัว Honda Accord e:HEV ปี 2026 (Model Year 2026) ที่มาพร้อมกับการปรับโฉมย่อย ปรับภาพลักษณ์ภายในด้วยเบาะโทนสีขาว-ดำใหม่ และการเพิ่มสีตัวถังภายนอกอย่างสีเทา Urban Gray Pearl ควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างราคาขึ้นเล็กน้อยในบางรุ่นย่อย
ในฐานะที่ผมอยู่ในแวดวงที่ปรึกษาการเงินและตลาดรถยนต์ในไทยมานับทศวรรษ ผมมักจะบอกกับลูกค้าเสมอว่า “การซื้อรถยนต์ระดับราคาเกินล้านห้าไม่ใช่แค่เรื่องของดีไซน์หรือความชอบ แต่เป็นเรื่องของการคำนวณ Financial Cost, มูลค่าขายต่อ (Resale Value) และความคุ้มค่าของกระแสเงินสด” บทความนี้เราจะมาเจาะลึกกันแบบเนื้อๆ ว่าการปรับเปลี่ยนของ Honda Accord e:HEV ปี 2026 นี้ส่งผลต่อกระเป๋าเงินของคุณอย่างไร และกลยุทธ์การเงินแบบไหนที่ตอบโจทย์คุณที่สุดในตอนนี้
อัปเดตราคาและสิ่งใหม่ใน Honda Accord e:HEV ปี 2026
สำหรับการปรับโฉมใหม่ในตระกูล Honda Accord e:HEV ปี 2569 นี้ มีการแบ่งรุ่นย่อยและโครงสร้างราคาออกเป็น 3 รุ่นหลักๆ ดังนี้ครับ:
Honda Accord e:HEV E ราคา 1,479,000 บาท (ราคาคงเดิมจากรุ่นก่อนหน้า)
Honda Accord e:HEV EL ราคา 1,629,000 บาท (ปรับราคาเพิ่มขึ้น 30,000 บาท)
Honda Accord e:HEV RS ราคา 1,764,000 บาท (ปรับราคาเพิ่มขึ้น 35,000 บาท)
มีอะไรใหม่บ้างในราคาที่จ่ายเพิ่มขึ้น?
ในรุ่นปรับโฉมปี 2026 นี้ ไฮไลต์สำคัญจะเทไปที่รุ่นท็อปสุดอย่าง e:HEV RS และรุ่นกลาง e:HEV EL โดยสิ่งที่คุณจะได้เพิ่มเข้ามาประกอบด้วย:
สีตัวถังใหม่ “สีเทาเออร์บันเกรย์” (Urban Gray Pearl): มอบลุคที่ดูสปอร์ต ทันสมัย และมีความเป็นเมโทรโพลิแทนมากขึ้น ซึ่งเป็นสีที่ได้รับความนิยมสูงมากในรถยนต์พรีเมียมยุคปัจจุบัน (เฉพาะรุ่น RS) พร้อมชายล่างตัวถังสีดำเงาเพิ่มความดุดัน
ห้องโดยสารทูโทน “สีขาวสลับดำ”: ปรับเปลี่ยนความรู้สึกอึดอัดของห้องโดยสารสีดำล้วนแบบเดิม ให้ดูสว่าง กว้างขวาง และหรูหราอารมณ์รถยุโรปชั้นนำ (เฉพาะรุ่น RS)
โลโก้ H Mark ดีไซน์ใหม่: เปลี่ยนเป็นแบบโมโนโครมโทนสีเงิน-ดำ เพิ่มความมินิมอลและดูทันสมัยรอบคัน
ขุมพลังฟังก์ชันและระบบความปลอดภัยที่ยังคงเป็นจุดแข็ง
หัวใจหลักของรถรุ่นนี้ยังคงเป็นระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร Atkinson Cycle ผสานการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 207 แรงม้า และแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 335 นิวตัน-เมตร รองรับน้ำมันสูงสุด Gasohol E20 พร้อมโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ตามสไตล์ (Econ, Normal, Sport, Individual, EV และ Charge)
ด้านเทคโนโลยีและออปชันพื้นฐานถือว่าให้มาครบครันตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น (รุ่น E):
หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว พร้อม Google Built-in ระบบนำทางและสั่งการด้วยเสียง
มาตรวัดดิจิทัล TFT ขนาด 10.2 นิ้ว
ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม BOSE พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง
ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย
ขณะที่รุ่น EL และ RS จะขยับไปได้ฟังก์ชันระดับท็อป เช่น ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว, กล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System), หน้าจอแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (HUD), ระบบฟอกอากาศ PlasmaCluster, หลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามิค (Panoramic Sunroof) และไฟหน้าอัจฉริยะ ADB (Adaptive Driving Beam)
What This Means for You: การปรับราคาครั้งนี้ส่งผลอย่างไรต่อผู้บริโภค?
หากมองในมุมของความคุ้มค่าด้านต้นทุน (Cost-Efficiency) การปรับขึ้นราคา 30,000 – 35,000 บาทในรุ่น EL และ RS อาจทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าคุ้มค่าหรือไม่?
ในมุมมองของผม สิ่งที่ผู้ซื้อจะได้รับกลับมาไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามภายนอก แต่เป็นเรื่องของ “จิตวิทยาการตลาดและมูลค่าขายต่อในอนาคต” ห้องโดยสารเบาะสีขาวมักจะเป็นตัวเลือกที่ช่วยอัปเกรดให้รถดูมีราคาพรีเมียมขึ้นชัดเจน และมักเป็นที่ต้องการในตลาดรถมือสองสำหรับกลุ่มผู้ซื้อที่มองหาความหรูหราเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องแลกมาคือการดูแลรักษาที่ต้องพิถีพิถันมากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดคราบสกปรกสะสม
นอกจากนี้ การที่ Honda ยังคงราคาของรุ่นเริ่มต้น (e:HEV E) ไว้ที่ 1.479 ล้านบาท ถือเป็นกลยุทธ์การตรึงราคาเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าองค์กร (Fleet) หรือผู้บริหารระดับกลางที่ต้องการรถซีดานคันใหญ่ นั่งสบาย แต่มีงบประมาณจำกัด ซึ่งรุ่นเริ่มต้นนี้เองคือรุ่นที่ให้ Home Loans หรือการจัดไฟแนนซ์ที่คุ้มค่าที่สุดเมื่อเทียบฟังก์ชันต่อบาท
ต้นทุนทางการเงินและการเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย (Cost Breakdown)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนก่อนที่คุณจะเดินเข้าโชว์รูม เรามาแจกแจงโครงสร้างทางการเงินและการคำนวณค่างวดเบื้องต้นของ Honda Accord e:HEV ปี 2026 โดยอ้างอิงจากเงื่อนไขแคมเปญโปรโมชันช่วงเปิดตัว (จองภายใน พ.ค. 2569) ที่ให้ข้อเสนอพิเศษ เช่น ดอกเบี้ย 0% หรืออัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท
ตารางเปรียบเทียบเงินดาวน์และค่างวดรายเดือน (สมมติฐานดาวน์ 25% ผ่อน 48 งวด)
| รุ่นย่อย | ราคาตัวรถ (บาท) | เงินดาวน์ (25%) | ยอดจัดไฟแนนซ์ | ค่างวด (ดอกเบี้ยพิเศษ 0%) | ค่างวด (ดอกเบี้ยปกติ 2.49%) |
| :— | :— | :— | :— | :— | :— |
| e:HEV E | 1,479,000 | 369,750 | 1,109,250 | 23,109 บาท/เดือน | 25,413 บาท/เดือน |
| e:HEV EL | 1,629,000 | 407,250 | 1,221,750 | 25,453 บาท/เดือน | 27,990 บาท/เดือน |
| e:HEV RS | 1,764,000 | 441,000 | 1,323,000 | 27,563 บาท/เดือน | 30,311 บาท/เดือน |
หมายเหตุ: ตัวเลขนี้เป็นการคำนวณเบื้องต้นเพื่อใช้ในการวางแผนทางการเงิน อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขจริงจะขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินที่ร่วมรายการในครึ่งแรกของปี 2026
การวิเคราะห์โอกาสในการประหยัด (Savings Opportunities)
การเลือกจองรถในช่วงแคมเปญเปิดตัว (รับรถภายใน 30 มิถุนายน 2569) มีมูลค่าทางการเงินแฝงอยู่ค่อนข้างสูง:
สิทธิประโยชน์จากดอกเบี้ย 0%: หากเปรียบเทียบกับการผ่อนชำระในอัตราดอกเบี้ยปกติที่ประมาณ 2.49% เป็นเวลา 4 ปี การได้ดอกเบี้ย 0% จะช่วยให้คุณ ประหยัดเงินค่าดอกเบี้ยไปได้สูงถึง 110,000 – 130,000 บาท ตลอดอายุสัญญา
บัตรเติมน้ำมัน 20,000 บาท + ฟรีประกันภัยชั้น 1 (มูลค่าประมาณ 30,000 บาท): เท่ากับว่าคุณประหยัดต้นทุนคงที่ในปีแรกไปได้ทันทีอีกราวๆ 50,000 บาท
กรณีศึกษาจำลอง: เลือกกลยุทธ์การซื้อแบบไหนให้ได้เปรียบทางการเงินสูงสุด?
เพื่อให้เห็นภาพการตัดสินใจในโลกแห่งความเป็นจริง ผมขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาของลูกค้าสองท่านที่มีแนวคิดการบริหารเงินที่แตกต่างกันในการเลือกซื้อรถยนต์ระดับราคานี้
### 👤 เคสที่ 1: คุณธนพล (ผู้บริหารบริษัทเอกชน – เน้นลดภาระระยะยาว)
โจทย์: ต้องการใช้รถยาวๆ 7-10 ปี ไม่อยากมีหนี้ผูกพันนาน และกังวลเรื่องค่าบำรุงรักษาในอนาคต
กลยุทธ์การเงิน: เลือกซื้อ Honda Accord e:HEV RS ราคา 1,764,000 บาท โดยวางเงินดาวน์สูงถึง 40% (705,600 บาท) และเลือกใช้โปรโมชัน ดอกเบี้ย 0% ผ่อน 48 งวด ยอดจัดไฟแนนซ์เหลือ 1,058,400 บาท ตกผ่อนเดือนละ 22,050 บาท
ผลลัพธ์: คุณธนพลไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเลยแม้แต่บาทเดียว และการเลือก Honda Accord ที่ให้ รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมแพ็กเกจเช็กระยะฟรี (Honda Exclusive Care) 5 ปี หรือ 100,000 กม. ทำให้เขาสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership) ได้นิ่งสนิทตลอด 5 ปีแรก โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงด้านการซ่อมบำรุง
### 👤 เคสที่ 2: คุณกิตติพงษ์ (เจ้าของธุรกิจ SME – เน้นรักษาสภาพคล่องเพื่อการลงทุน)
โจทย์: ต้องการรถยนต์เพื่อเสริมภาพลักษณ์ทางธุรกิจ แต่ไม่อยากจมเงินก้อนใหญ่ไว้กับสินทรัพย์ที่เสื่อมค่าอย่างรถยนต์ เนื่องจากเขาสามารถนำเงินไปต่อยอดใน Real Estate Investment หรือธุรกิจที่ให้ผลตอบแทน 8-10% ต่อปีได้
กลยุทธ์การเงิน: แทนที่จะซื้อสดหรือดาวน์สูงๆ คุณกิตติพงษ์เลือกดาวน์ขั้นต่ำ 20% ในรุ่น e:HEV EL แล้วนำเงินก้อนที่เหลือประมาณ 1.2 ล้านบาทไปหมุนเวียนในธุรกิจและพอร์ตการลงทุน หรือเลือกรูปแบบสัญญาเช่าดำเนินงาน (Financial Lease) ในนามบริษัท เพื่อนำค่าใช้จ่ายรายเดือนไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลแทน
ผลลัพธ์: แม้จะต้องเสียดอกเบี้ยบางส่วน แต่ผลตอบแทนจากพอร์ตลงทุนและผลประโยชน์ทางภาษีที่ได้นั้นสูงกว่าดอกเบี้ยรถยนต์อย่างมาก ถือเป็นการใช้ Leverage ทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: หากคุณเป็นพนักงานเงินเดือนที่มีรายได้ประจำมั่นคง แนวทางของคุณธนพลที่เน้นดักโปรโมชันดอกเบี้ยต่ำหรือ 0% เพื่อตัดต้นทุนดอกเบี้ยคือทางเลือกที่ดีที่สุด แต่หากคุณเป็นผู้ประกอบการ การเลือกเก็บเงินสดไว้แล้วจัดไฟแนนซ์เพื่อนำกระแสเงินสดไปสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่า คือกลยุทธ์ที่ฉลาดกว่าในสภาวะเศรษฐกิจปี 2026 ครับ
Should You Buy, Wait, or Rent/Invest? วิเคราะห์ทางเลือกในสภาวะตลาดปัจจุบัน
คำถามยอดฮิตที่ผมมักได้รับคือ “ในเมื่อตลาดตอนนี้มีทั้งรถ EV จีนราคาดี และรถยุโรปที่ลดราคาลงมาสู้ เราควรตัดสินใจอย่างไรกับ Honda Accord 2026 คันนี้?” นี่คือแนวทางการวิเคราะห์เพื่อช่วยคุณตัดสินใจครับ:
เลือก “ซื้อเลย” (BUY) ถ้าคุณ…
ต้องการรถยนต์ที่ ขับขี่ทางไกลได้อย่างไร้กังวล ไม่ต้องวางแผนหาเครื่องชาร์จไฟฟ้า และให้ความมั่นใจสูงสุดในแง่ของศูนย์บริการและอะไหล่
มองหาความคุ้มค่าในระยะยาว ระบบไฮบริด e:HEV ของ Honda ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าประหยัดน้ำมันจริง (เฉลี่ยเกิน 20 กม./ลิตร ในการใช้งานทั่วไป) และมีอัตราการเสื่อมราคาของมูลค่ารถ (Depreciation Rate) ที่ต่ำกว่ารถยนต์ไฟฟ้า 100% ในตลาดอย่างเห็นได้ชัด
คุณต้องการใช้สิทธิ์โปรโมชันฟรีค่าบำรุงรักษาและประกันภัยในช่วงเปิดตัวเพื่อล็อกต้นทุนการใช้งานให้อยู่ในระดับต่ำสุด
เลือก “รอไปก่อน” (WAIT) ถ้าคุณ…
กำลังคาดหวังการปรับโฉมครั้งใหญ่ (Major Change/Full Model Change) เนื่องจากรุ่นปี 2026 นี้เป็นเพียงการปรับอุปกรณ์ย่อย (Minor อัปเดตประจำปี) โครงสร้างตัวถังและงานวิศวกรรมหลักยังคงเดิม หากคุณเพิ่งซื้อรุ่นปี 2024-2025 ไป การเปลี่ยนมาเป็นรุ่นนี้อาจไม่คุ้มค่าเงินที่สูญเสียไปจากส่วนต่างราคารถมือสอง
ต้องการรอดูท่าทีของการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์หรือมาตรการสนับสนุนใหม่ๆ จากภาครัฐในช่วงปลายปี
เลือก “เช่าหรือนำเงินไปลงทุน” (Rent/Invest) ถ้าคุณ…
ใช้รถยนต์เปลี่ยนบ่อยทุกๆ 3-4 ปี การเลือกใช้บริการสินเชื่อแบบปีต่อปี หรือโปรแกรมเช่าซื้อแบบขยับขยายได้ (เช่น บริการประเภท Kinto หรือการเช่าดำเนินงาน) จะช่วยให้คุณไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องราคาขายต่อที่ผันผวนในตลาดรถมือสอง และสามารถนำเงินก้อนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่งอกเงยได้มากกว่า
Best Financial Strategies Right Now: กลยุทธ์การเงินที่ดีที่สุดในการซื้อรถปี 2026
หากคุณตัดสินใจแล้วว่า Honda Accord e:HEV ปี 2026 คือรถที่ใช่สำหรับคุณ นี่คือแนวทางการบริหารเม็ดเงินเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ดีที่สุด:
เปรียบเทียบข้อเสนอไฟแนนซ์ (Refinancing & Mortgage Rates Connection): อย่าเพิ่งตกลงใช้ไฟแนนซ์ของแถมที่โชว์รูมเสนอให้ในทันที ให้ลองเช็กกับธนาคารที่คุณมีบัญชีเงินฝาก ประวัติเครดิต หรือมีสัญญากู้ซื้อบ้านอยู่แล้ว หลายสถาบันการเงินมีแพ็กเกจ Home Loans Top-up หรือสินเชื่ออเนกประสงค์สำหรับลูกค้าประวัติดี ซึ่งบางครั้งให้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าหรือมีเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่นกว่าไฟแนนซ์รถยนต์ทั่วไป
ดักซื้อในจังหวะปิดไตรมาส: หากคุณพลาดแคมเปญเปิดตัวในเดือนพฤษภาคม ช่วงเวลาที่ดีที่สุดถัดไปคือช่วงปลายเดือนมิถุนายนหรือกันยายน (ช่วงปิดไตรมาส) ซึ่งเป็นจังหวะที่เซลส์และดีลเลอร์ต้องเร่งทำยอดขาย มักจะมีส่วนลดเงินสดพิเศษหรือของแถมซ่อนเร้นเพิ่มเติมนอกเหนือจากแคมเปญส่วนกลางของบริษัทแม่
วางแผนจัดการเงินดาวน์ขั้นต่ำ 25%: การวางเงินดาวน์ตั้งแต่ 25% ขึ้นไป นอกจากจะช่วยให้อนุมัติสินเชื่อได้ง่ายและรวดเร็วโดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันแล้ว ยังเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการเข้าถึงอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำสุด (Floor Rate) ของทุกสถาบันการเงินอีกด้วย
ข้อผิดพลาดที่ต้องระวัง (Mistakes to Avoid) ที่อาจทำให้คุณสูญเงินนับแสน
จากประสบการณ์ที่ผมเห็นผู้ซื้อรถยนต์ระดับพรีเมียมพลาดกันบ่อยๆ มี 3 เรื่องสำคัญที่ต้องเตือนตัวเองไว้เสมอครับ:
❌ ข้ามการประเมินราคาขายต่อและต้นทุนประกันภัยปีต่อๆ ไป: หลายคนคำนวณแค่ค่างวดรายเดือน แต่ลืมไปว่ารถยนต์ D-Segment เมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 เป็นต้นไป ค่าเบี้ยประกันภัยชั้น 1 จะอยู่ที่ประมาณ 25,000 – 35,000 บาทต่อปี นอกจากนี้ การเลือกโทนสีภายในอย่าง เบาะสีขาว ในรุ่น RS แม้จะสวยงามตอนป้ายแดง แต่หากละเลยการดูแลรักษาจนเกิดคราบฝังลึก ย่อมส่งผลใหราคาขายต่อตกลงอย่างมากเมื่อเทียบกับเบาะสีดำมาตรฐาน
❌ เลือกผ่อนยาวเกินไป (72 – 84 งวด): ยิ่งผ่อนนาน ดอกเบี้ยยิ่งทบต้นสูงขึ้น แม้ค่างวดต่อเดือนจะดูน้อย แต่เมื่อคำนวณรวมตลอดสัญญา คุณอาจต้องจ่ายค่าดอกเบี้ยแพงเกินความจำเป็นจนสามารถนำเงินก้อนนั้นไปซื้อรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่หรือสมาร์ทโฟนตัวท็อปได้หลายเครื่อง การผ่อนชำระที่เหมาะสมที่สุดสำหรับรถยนต์คือไม่เกิน 48 – 60 งวดครับ
❌ มองข้ามเงื่อนไขการรับประกันระบบไฮบริด: แม้ Honda จะรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการเข้าเช็กระยะที่ศูนย์บริการอย่างต่อเนื่องตามกำหนด หากคุณนำรถไปอู่นอกหรือละเลยการเช็กระยะ สิทธิ์การรับประกันที่มูลค่านับแสนบาทนี้อาจสิ้นสุดลงทันที ซึ่งเป็นความเสี่ยงทางการเงินที่ไม่ควรเสี่ยงอย่างยิ่ง
บทสรุปจากผู้เชี่ยวชาญ
Honda Accord e:HEV ปี 2026 ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ชาญฉลาดและปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ที่มองหาซีดานหรูที่ตอบโจทย์ทั้งภาพลักษณ์ความภูมิฐาน เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน และความประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศ การปรับราคาเพิ่มขึ้นแลกกับออปชันดีไซน์ใหม่ถือว่าสมเหตุสมผลตามกลไกตลาด และเมื่อหักลบกับสิทธิประโยชน์จากแคมเปญดอกเบี้ยพิเศษและแพ็กเกจดูแลรักษาที่ให้มา รถรุ่นนี้ยังคงให้มูลค่า (Value Proposition) ที่คุ้มค่าเงินทุกบาททุกสตางค์ในระยะยาว
การตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ที่ดีที่สุดเริ่มต้นจากการข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นกลาง เพื่อให้คุณได้รับข้อเสนอที่สอดคล้องกับแผนการเงินของคุณมากที่สุด
คุณพร้อมที่จะเป็นเจ้าของรถซีดานหรูคันนี้ในเงื่อนไขที่ดีที่สุดแล้วหรือยัง? คลิกที่นี่เพื่อเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยไฟแนนซ์อัปเดตล่าสุด เช็กตารางผ่อนชำระที่เหมาะกับรายได้ของคุณ หรือลงทะเบียนเพื่อรับคำปรึกษาและข้อเสนอพิเศษสุดจากดีลเลอร์ Honda ทั่วประเทศได้ทันที!