
พลิกโฉมการเดินทางหรู: ZEEKR 009 (ซีคร์ 009) กับบทบาทใหม่ในตลาดรถ MPV ไฟฟ้าพรีเมียมของไทยปี 2025
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงยานยนต์ไฟฟ้ามานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นเพียงแนวคิดที่ห่างไกล จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเซกเมนต์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่กำลังร้อนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ และสำหรับปี 2025 นี้ แบรนด์ ZEEKR 009 (ซีคร์ 009) ได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่ใช่แค่เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นในตลาด แต่คือผู้ที่เข้ามาสร้างนิยามใหม่ให้กับประสบการณ์การเดินทางแบบ MPV (Multi-Purpose Vehicle) ด้วยการเปิดตัวรุ่น 7 ที่นั่ง และการปรับราคาที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ลึกซึ้งในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่ซับซ้อนและมีความต้องการเฉพาะตัวมากขึ้น
ความสำเร็จของ ZEEKR 009 รุ่น 6 ที่นั่งที่มียอดส่งมอบกว่า 1,000 คันทั่วประเทศไทยในปีที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขที่น่าประทับใจ แต่เป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมอบให้ และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถ MPV ไฟฟ้าที่ไม่ได้เป็นแค่พาหนะ แต่เป็น “โซลูชันการเดินทาง” ที่ผสานความหรูหรา นวัตกรรม และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยเฉพาะเมื่อมองถึงแนวโน้มตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้ผลิตที่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้จริงเท่านั้นที่จะอยู่รอดและเติบโตได้ในระยะยาว
ZEEKR 009 (ซีคร์ 009) ได้ก้าวข้ามกรอบของความหรูหราแบบดั้งเดิม เน้นไปที่ “ประสบการณ์ของผู้ใช้” เป็นสำคัญ ภายใต้แนวคิด “Every Journey Shines, Every Seat Matters” ที่สะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับผู้โดยสารทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารในที่นั่งใดก็ตาม นี่คือจุดแข็งที่ทำให้ ZEEKR 009 แตกต่างจากคู่แข่ง และเป็นเหตุผลว่าทำไมการเปิดตัว ZEEKR 009 7 ที่นั่ง พร้อมกับการปรับกลยุทธ์ราคา จึงเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตามองในตลาด รถ MPV ไฟฟ้า ของไทย
จากความสำเร็จสู่มิติใหม่: ZEEKR 009 ในมุมมองของนักวิเคราะห์อุตสาหกรรม
กว่าจะมาถึงวันนี้ ที่ ZEEKR 009 กลายเป็นที่กล่าวขานในฐานะผู้นำเซกเมนต์ รถยนต์ไฟฟ้าหรูหรา ในกลุ่ม MPV ถือเป็นผลลัพธ์จากการวางแผนกลยุทธ์ที่เฉียบคม หากมองลึกเข้าไปในความสำเร็จของรุ่น 6 ที่นั่งที่มียอดส่งมอบพุ่งทะลุ 1,000 คันนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของดีไซน์ที่โดดเด่นหรือสมรรถนะที่เร้าใจ แต่คือการที่ ZEEKR สามารถ “ตีโจทย์แตก” ในการสร้างสรรค์ยานยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มพรีเมียมในประเทศไทยได้อย่างตรงจุด ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้ต้องการแค่รถยนต์ แต่ต้องการ “ไลฟ์สไตล์” ที่สะท้อนตัวตน ความสำเร็จ และรสนิยมอันเป็นเอกลักษณ์
ZEEKR 009 ได้ทลายกำแพง “ความหรูหราแบบเดิมๆ” ที่มักจะยึดติดกับแบรนด์ยุโรปเก่าแก่ และหันมาโฟกัสที่นวัตกรรม ประสบการณ์ดิจิทัล และความยืดหยุ่นในการใช้งานจริงในยุคสมัยใหม่ นั่นคือการมอบประสบการณ์ระดับ “เฟิร์สคลาส” ให้กับผู้โดยสารในทุกที่นั่ง ด้วยการออกแบบห้องโดยสารที่ประณีต พิถีพิถันในทุกรายละเอียด พร้อมทั้งการผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาอย่างชาญฉลาด ทำให้การเดินทางไม่เป็นเพียงแค่การเคลื่อนย้ายจากจุด A ไปจุด B แต่เป็นการสร้างช่วงเวลาพิเศษและความทรงจำร่วมกัน ซึ่งสอดรับกับแนวคิด “Every Journey Shines, Every Seat Matters” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การเข้ามาของ ZEEKR 009 7 ที่นั่ง จึงเป็นการขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มครอบครัวขนาดใหญ่ หรือองค์กรที่ต้องการรถผู้บริหารสำหรับการเดินทางเป็นกลุ่ม โดยไม่ทิ้งซึ่งหัวใจหลักของแบรนด์ นั่นคือความหรูหรา ความสะดวกสบาย และประสิทธิภาพที่เหนือระดับ ซึ่งในตลาด รถ EV เทคโนโลยีสูง ณ ปัจจุบัน การที่แบรนด์สามารถนำเสนอตัวเลือกรุ่นย่อยที่หลากหลาย ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการครองใจผู้บริโภคและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน การที่ ZEEKR ตัดสินใจวางตำแหน่งราคาของรุ่น 7 ที่นั่งให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น ก็เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการเร่งขยายส่วนแบ่งตลาดและสร้างความคุ้นเคยกับแบรนด์ในวงกว้างขึ้น
ZEEKR 009 7 ที่นั่ง: นิยามใหม่ของความหรูหราสำหรับครอบครัวในยุคดิจิทัล
หัวใจสำคัญของการเปิดตัว ZEEKR 009 7 ที่นั่ง คือการตอบโจทย์ “ความต้องการที่หลากหลาย” ของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะครอบครัวยุคใหม่และกลุ่มเพื่อนที่มองหาประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับและสะดวกสบายสูงสุด ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่า ZEEKR ไม่ได้แค่เพิ่มที่นั่งเข้ามา แต่เป็นการ “ยกระดับมาตรฐาน” ของ รถยนต์ครอบครัว ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ด้วยการผสานนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับความหรูหราได้อย่างกลมกลืน
ลองจินตนาการถึงห้องโดยสารระดับ “เฟิร์สคลาส” ที่คุณสัมผัสได้ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ภายใน ZEEKR 009 เบาะหนัง Nappa นุ่มพิเศษ ไม่เพียงให้สัมผัสที่หรูหรา แต่ยังมาพร้อมระบบนวดไฟฟ้าที่ช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าระหว่างการเดินทางไกล ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่สะท้อนถึงการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ส่งผลต่อ “ประสบการณ์ขับขี่” โดยรวมของผู้โดยสารอย่างแท้จริง
ในยุคที่ดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ZEEKR เข้าใจดีถึงความสำคัญของเทคโนโลยีด้านความบันเทิงและข้อมูล การติดตั้งหน้าจอ OLED ทัชสกรีนขนาด 15.05 นิ้ว สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมด้วยหน้าจอแสดงผล AR-HUD (Augmented Reality Head-Up Display) ขนาด 35.95 นิ้ว ที่ฉายข้อมูลสำคัญไปยังกระจกหน้าได้อย่างคมชัด และที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือหน้าจอเพดานสำหรับผู้โดยสารด้านหลังแบบ OLED ระบบสัมผัสขนาด 17 นิ้ว ที่เปลี่ยนเบาะหลังให้กลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงส่วนตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8295 อันทรงพลัง ที่รับประกันความลื่นไหลในการใช้งาน และระบบเสียง YAMAHA 30 จุดรอบคันที่มอบประสบการณ์เสียงรอบทิศทางระดับพรีเมียม สิ่งเหล่านี้คือการลงทุนใน “เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า” ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ใช้งานอย่างมหาศาล
สมรรถนะเหนือชั้นและขีดจำกัดแห่งการเดินทาง
สำหรับ รถยนต์ไฟฟ้า สิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้คือสมรรถนะในการขับขี่ ซึ่ง ZEEKR 009 พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความหรูหราและความแรงสามารถอยู่ร่วมกันได้ ตัวเลข 603 แรงม้า จากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.5 วินาที ทำให้ ZEEKR 009 ไม่ได้เป็นเพียง รถ MPV ไฟฟ้า สำหรับครอบครัวทั่วไป แต่เป็นรถที่มี “สมรรถนะสูง” ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างทันใจและปลอดภัย
นอกจากนี้ แบตเตอรี่ขนาด 116 kWh ที่ให้ระยะทางการขับขี่สูงสุด 686 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) ก็เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ช่วยลดความกังวลเรื่อง “ระยะทางวิ่ง” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อ รถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไกล อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมอยากจะแนะนำให้ผู้บริโภคพิจารณาถึงการใช้งานจริงและปัจจัยอื่นๆ เช่น สภาพการจราจร พฤติกรรมการขับขี่ และสภาพอากาศ ซึ่งอาจส่งผลต่อระยะทางที่แท้จริงได้ ส่วนเรื่องของ “ประสิทธิภาพพลังงาน” ZEEKR ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบการจัดการแบตเตอรี่ที่ยอดเยี่ยม
ในด้านความสะดวกสบายในการขับขี่และโดยสาร ZEEKR 009 มาพร้อมช่วงล่างแบบถุงลมประสิทธิภาพสูง (Air Suspension) และระบบกันสะเทือน CCD Electromagnetic Vibration Reduction System ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มักพบใน รถไฟฟ้าพรีเมียม ระดับสูงเท่านั้น ระบบเหล่านี้ช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างนุ่มนวล ซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ไม่ว่าเส้นทางจะขรุขระเพียงใดก็ตาม สร้างความมั่นใจและสบายใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตลอดเส้นทาง
ความปลอดภัยที่ครบครัน: ZEEKR AD และโครงสร้างแข็งแกร่ง
ความปลอดภัยคือสิ่งที่ ZEEKR ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ เห็นได้จากชุดระบบความปลอดภัย ZEEKR AD ที่ครบครัน ซึ่งรวมถึงระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ (Automated Parking Assist) ระบบป้องกันการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning) และระบบเตือนการชนจากด้านหลัง (Rear Collision Warning) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของ “ความปลอดภัยยานยนต์” ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และในยุคปัจจุบัน ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ถือเป็นมาตรฐานสำคัญสำหรับ รถยนต์ไฟฟ้าหรูหรา
นอกจากนี้ ในส่วนของระบบ Passive Safety หรือความปลอดภัยเชิงโครงสร้าง ZEEKR 009 ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแกร่งด้วยโครงสร้างด้านหลังแบบ Single-Piece Die-Casting Aluminum ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและลดน้ำหนัก พร้อมถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ที่พร้อมปกป้องผู้โดยสารในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน การลงทุนในวัสดุและเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยเหล่านี้สะท้อนถึงความรับผิดชอบของ ZEEKR ในการมอบ “โซลูชันการเดินทาง” ที่ปลอดภัยสูงสุด
สุนทรียภาพและการปรับแต่ง: สีสันที่สะท้อนตัวตน
รูปลักษณ์ภายนอกของ ZEEKR 009 มีให้เลือกถึง 3 โทนสี ได้แก่ สีขาว (Crystal White) ที่มาพร้อมภายในสีดำ (Stone Black) สีดำ (Phantom Black) ที่เลือกจับคู่กับภายในสีเทาขาว (Stone Grey & Polar white) หรือสีดำ (Stone Black) และที่น่าสนใจคือการเปิดตัวสีใหม่ “สีเขียว (Mineral Green)” ซึ่งเป็นสีที่กำลังได้รับความนิยมและสะท้อนถึงความหรูหรามีระดับ ผสมผสานกับความใส่ใจสิ่งแวดล้อม มาพร้อมกับภายในสีเทาขาว (Stone Grey & Polar white) และสีดำ (Stone Black) การมีตัวเลือกสีที่หลากหลายช่วยให้ลูกค้าสามารถปรับแต่ง ZEEKR 009 ให้เข้ากับรสนิยมและบุคลิกเฉพาะตัวได้อย่างลงตัว
กลยุทธ์ราคาและข้อเสนอสุดพิเศษ: การลงทุนรถ EV ที่คุ้มค่า
การปรับราคาของ ZEEKR 009 และการเปิดตัวรุ่น 7 ที่นั่งมาพร้อมกับราคาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง:
ZEEKR 009 6 ที่นั่ง: ราคา 3.159 ล้านบาท (ปรับเพิ่มขึ้น 6 หมื่นบาท)
ZEEKR 009 7 ที่นั่ง: ราคา 3.099 ล้านบาท (รุ่นย่อยใหม่)
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่ากลยุทธ์การตั้งราคาของ ZEEKR สำหรับรุ่น 7 ที่นั่งที่ต่ำกว่ารุ่น 6 ที่นั่งเล็กน้อยนั้น เป็นการเคลื่อนไหวที่ชาญฉลาดเพื่อกระตุ้นตลาดและดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งานที่มากกว่า โดยที่ยังคงความหรูหราและประสิทธิภาพระดับพรีเมียมไว้ครบถ้วน นี่คือการ “ลงทุนรถ EV” ที่น่าจับตามองในระยะยาว
นอกจากราคาที่น่าสนใจแล้ว ZEEKR ยังจัดเต็มด้วย “โปรโมชั่น ZEEKR 009” สุดพิเศษสำหรับผู้ที่ตัดสินใจภายในวันที่ 18 – 28 กุมภาพันธ์ 2568 และรับรถภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งข้อเสนอเหล่านี้จะช่วยลด “ค่าใช้จ่ายรถไฟฟ้า” และเพิ่ม “บริการหลังการขายรถ EV” ที่คุ้มค่าให้กับเจ้าของ ZEEKR 009 ไม่ว่าจะเป็นรุ่น 6 หรือ 7 ที่นั่ง:
สำหรับ ZEEKR 009 7 ที่นั่ง (ราคา 3,099,000 บาท) จะได้รับ:
ฟรี Wallbox ขนาด 11 kW พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง
ฟรี สายชาร์จฉุกเฉิน
ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
ฟรี ค่าจดทะเบียนรถยนต์
การรับประกันรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
การรับประกันมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 ปี
ฟรี ค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทางสูงสุด 3 ครั้ง ภายใน 3 ปี หรือ 60,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
สำหรับ ZEEKR 009 6 ที่นั่ง (ราคา 3,159,000 บาท) จะได้รับ:
ฟรี ค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทางสูงสุด 6 ครั้ง ภายใน 6 ปี หรือ 120,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) (มากกว่ารุ่น 7 ที่นั่ง)
และข้อเสนออื่นๆ เช่น Wallbox, สายชาร์จฉุกเฉิน, ประกันภัย, ค่าจดทะเบียน, การรับประกันรถยนต์, การรับประกันมอเตอร์/แบตเตอรี่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ที่เหมือนกับรุ่น 7 ที่นั่ง
ข้อเสนอเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ZEEKR ในการมอบ Total Cost of Ownership (TCO) ที่แข่งขันได้ และลดความกังวลในการเป็นเจ้าของ รถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะในเรื่อง “การดูแลรักษารถ EV” และความอุ่นใจในการใช้งาน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อสำหรับผู้บริโภคที่มองหา รถไฟฟ้าพรีเมียม
ZEEKR Ecosystem ในประเทศไทย: มั่นใจในทุกการเดินทาง
การมี ZEEKR House ทั้ง 10 แห่งทั่วประเทศ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ ZEEKR ประเทศไทย ในการให้บริการลูกค้าอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การให้ข้อมูล การทดลองขับ ไปจนถึงบริการหลังการขาย การเข้าถึง ศูนย์บริการ ZEEKR ที่สะดวกสบายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้เป็นเจ้าของ รถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะเมื่อต้องพิจารณาถึงการติดตั้ง Wallbox หรือการเข้าถึงสถานีชาร์จ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายการบริการเหล่านี้คือการตอกย้ำความน่าเชื่อถือและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค
อนาคตรถยนต์ไฟฟ้า กำลังถูกขับเคลื่อนโดยแบรนด์ที่กล้าคิดนอกกรอบและเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้งานอย่าง ZEEKR ซึ่งไม่ได้เพียงแค่นำเสนอผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงระบบนิเวศการใช้งานที่สมบูรณ์แบบอีกด้วย
บทสรุป: ZEEKR 009 (ซีคร์ 009) ผู้นำเทรนด์ MPV ไฟฟ้าพรีเมียม
จากการวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมขอยืนยันว่า ZEEKR 009 ทั้งรุ่น 6 ที่นั่งและ 7 ที่นั่ง ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับราคาหรือเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ แต่คือการประกาศจุดยืนของ ZEEKR ในฐานะผู้นำในตลาด รถ MPV ไฟฟ้า ระดับพรีเมียมของประเทศไทย แบรนด์นี้ได้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหานวัตกรรม ความหรูหรา สมรรถนะ และความยั่งยืนในแพ็กเกจเดียวกัน
การลงทุนในเทคโนโลยีล้ำสมัย การออกแบบที่ประณีต และการนำเสนอข้อเสนอที่คุ้มค่า ทำให้ ZEEKR 009 เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับประสบการณ์การเดินทางของตนเองและครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการใช้งานส่วนตัว การเดินทางกับครอบครัว หรือเพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ ZEEKR 009 คือ รถยนต์ไฟฟ้า ที่ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่เป็นสัญลักษณ์ของรสนิยม ความสำเร็จ และวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลในโลกของยานยนต์ไฟฟ้า
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหา รถไฟฟ้าพรีเมียม ที่จะเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นช่วงเวลาพิเศษ และต้องการสัมผัสกับนิยามใหม่ของความหรูหราที่มาพร้อมกับสมรรถนะและความปลอดภัยสูงสุด ผมขอเชิญชวนให้คุณมาสัมผัสและ ทดลองขับ ZEEKR 009 ด้วยตัวคุณเอง เพื่อเปิดประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครที่ ZEEKR House ทั้ง 10 แห่งทั่วประเทศ อย่ารอช้าที่จะก้าวเข้าสู่ “อนาคตของยานยนต์ไฟฟ้า” ไปพร้อมกับ ZEEKR 009 วันนี้!