
ZEEKR 7X: เมื่อรถยนต์ไฟฟ้า SUV นิยามใหม่แห่งสมรรถนะและความหรูหราพร้อมลุยทุกเส้นทาง
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากจุดเริ่มต้นที่เน้นเพียงประสิทธิภาพและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลาด EV ได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่ผู้บริโภคมองหา “ความสมบูรณ์แบบ” ทั้งด้านสมรรถนะ, ความหรูหรา, เทคโนโลยีล้ำสมัย และที่สำคัญคือ “ความอเนกประสงค์” การมาถึงของ ZEEKR 7X จึงไม่ใช่แค่การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า SUV รุ่นใหม่ แต่เป็นการประกาศก้าวสำคัญที่สามารถท้าทายทุกคำนิยามเดิมๆ ของรถ EV ทั่วไป และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ความต้องการรถ SUV ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
สำหรับปี 2026 ที่กำลังจะมาถึง ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะยิ่งทวีความเข้มข้น ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียงแค่รถที่วิ่งได้ด้วยไฟฟ้า แต่คาดหวังประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ความปลอดภัยสูงสุด และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมือง การผจญภัยสุดสัปดาห์ หรือแม้กระทั่งการรองรับการใช้งานแบบออฟโรดบางรูปแบบ ซึ่งเป็นจุดที่ ZEEKR 7X โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการผสมผสานความแรงจากมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับช่วงล่างที่พร้อมลุย ทำให้ ZEEKR 7X ไฟฟ้า คันนี้ก้าวข้ามข้อจำกัดของรถ EV SUV ทั่วไป และพร้อมเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหานวัตกรรมยานยนต์ที่แท้จริง
ZEEKR 7X: การถือกำเนิดของ SUV ไฟฟ้าที่เหนือความคาดหมาย
ZEEKR 7X คือผลผลิตจากวิสัยทัศน์ของ Geely Holding Group ที่ต้องการสร้างแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่เน้นนวัตกรรมและประสบการณ์ผู้ใช้งานเป็นหลัก นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรก ZEEKR ได้สร้างความฮือฮาด้วยดีไซน์ที่ล้ำยุค ผสานความหรูหราแบบยุโรปเข้ากับความเฉียบคมของเทคโนโลยีจีน ในโมเดล ZEEKR 7X นี้ การออกแบบภายนอกสะท้อนความแข็งแกร่งและสง่างามได้อย่างลงตัว เส้นสายที่ปราดเปรียว ไฟหน้า Stargate Front Light Panel ที่สามารถปรับกราฟิกได้หลายรูปแบบ ไม่เพียงแต่เป็นจุดเด่นด้านความงาม แต่ยังแสดงถึงเทคโนโลยีการส่องสว่างที่ล้ำสมัย มิติตัวถังที่สมดุล ไม่ว่าจะเป็นความยาว 4,787 มม. ความกว้าง 1,930 มม. และความสูง 1,650 มม. บนระยะฐานล้อ 2,900 มม. ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อมอบพื้นที่ภายในที่กว้างขวางและความมั่นคงในการขับขี่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของ รถ SUV ไฟฟ้า ZEEKR 7X ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้นำในกลุ่ม SUV ไฟฟ้าหรู ในปัจจุบัน
ตลาดประเทศไทยมีความเฉพาะเจาะจง ผู้บริโภคต้องการรถที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการเดินทางในเมืองที่การจราจรหนาแน่น และการออกนอกเมืองเพื่อพักผ่อนหรือทำกิจกรรมต่างๆ รถยนต์ไฟฟ้า ZEEKR 7X จึงถูกวางตำแหน่งให้เป็นยานยนต์ที่พร้อมรับมือกับทุกความท้าทาย ด้วยการออกแบบที่เน้นทั้งความสวยงาม ฟังก์ชันการใช้งาน และที่สำคัญคือสมรรถนะที่ตอบโจทย์ ผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม ที่ผสานความหรูหราและความสามารถในการบุกตะลุยได้อย่างลงตัว จะพบว่า ZEEKR 7X คือคำตอบที่รอคอยมานาน
เจาะลึกขุมพลัง: สมรรถนะที่เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยี 800V
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน ZEEKR 7X คือระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าขั้นสูงที่ใช้เทคโนโลยี 800V ซึ่งถือเป็นมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้การชาร์จแบตเตอรี่รวดเร็วขึ้นอย่างมหาศาล แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบขับเคลื่อน ลดการสูญเสียพลังงาน และทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาลง ZEEKR 7X มีให้เลือกสองรุ่นหลัก ซึ่งแต่ละรุ่นถูกปรับแต่งมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน:
7X Long Range RWD:
มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ให้พละกำลังสูงสุดถึง 422 แรงม้า (PS) และแรงบิดมหาศาล 440 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่ Lithium-ion (NMC) ความจุ 100 kWh ช่วยให้สามารถวิ่งได้ระยะทางมากกว่า 700 กม. (มาตรฐาน NEDC) ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการเดินทางระยะไกลในประเทศไทย
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.0 วินาที ถือว่ารวดเร็วและตอบสนองได้ทันใจสำหรับการใช้งานทั่วไป
ด้วย ประสิทธิภาพรถไฟฟ้า ที่โดดเด่นในรุ่นนี้ ZEEKR 7X จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการระยะทางขับขี่ที่ยาวนานและความแรงที่เพียงพอต่อทุกการเดินทาง
7X Performance AWD:
สำหรับผู้ที่ต้องการ รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง อย่างแท้จริง รุ่นนี้มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ปลดปล่อยพละกำลังรวมสูงสุดถึง 646 แรงม้า (PS) และแรงบิดถึง 710 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่ความจุ 100 kWh เช่นเดียวกัน แต่ถูกปรับจูนเพื่อการส่งกำลังสูงสุด ทำให้มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 3.8 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่สามารถเทียบชั้นกับรถสปอร์ตสมรรถนะสูงได้เลยทีเดียว
ระยะทางวิ่งมากกว่า 600 กม. (มาตรฐาน NEDC) ซึ่งยังคงเป็นระยะทางที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ยังเพิ่มความมั่นคงและสมรรถนะการยึดเกาะถนนในทุกสภาพผิว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ ZEEKR 7X รุ่น Performance สามารถลุยได้อย่างมั่นใจ
การนำ เทคโนโลยี 800V มาใช้ใน ZEEKR 7X ไม่เพียงแต่เป็นการโชว์ศักยภาพด้านวิศวกรรม แต่ยังแปลเป็นประโยชน์ที่จับต้องได้สำหรับผู้ใช้งานจริง โดยเฉพาะเรื่องของการชาร์จ ระบบรองรับการชาร์จกระแสตรง (DC Fast Charging) สูงสุด 420 kW ทำให้สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ภายในเวลาเพียง 13-16 นาทีเท่านั้น เมื่อเทียบกับรถ EV ทั่วไปในท้องตลาด ถือเป็นหนึ่งในรถที่ชาร์จเร็วที่สุด ช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทาง (range anxiety) ได้อย่างมาก นอกจากนี้ ระบบ V2L (Vehicle-to-Load) ที่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าออกสู่ภายนอกได้สูงสุด 3.3 kW ยังเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานเป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งแคมป์หรือใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าฉุกเฉิน ซึ่งเสริมให้ ZEEKR 7X เป็นมากกว่าแค่พาหนะ
การผจญภัยที่คาดไม่ถึง: เมื่อ ZEEKR 7X ท้าทายเส้นทางออฟโรด
สิ่งที่ทำให้ ZEEKR 7X โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด SUV ไฟฟ้า อย่างชัดเจน คือความสามารถในการลุยเส้นทางออฟโรดเบาๆ ได้อย่างน่าประหลาดใจ ด้วยประสบการณ์ส่วนตัวในการทดสอบรถยนต์หลากหลายรุ่น ผมยอมรับว่าไม่เคยคาดหวังว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะสามารถมอบประสบการณ์การขับขี่แบบออฟโรดได้ดีถึงเพียงนี้
หัวใจสำคัญที่ทำให้ ZEEKR 7X มีความสามารถในการ การขับขี่ออฟโรด ที่น่าทึ่ง คือระบบช่วงล่างถุงลมแบบ Active Air Suspension with CCD ที่สามารถปรับระดับความสูงของรถได้อัตโนมัติ เมื่อเข้าสู่โหมดออฟโรด ตัวรถจะยกสูงขึ้นเป็น 230 มม. ซึ่งเป็นระยะห่างจากพื้นที่เพียงพอสำหรับการข้ามผ่านอุปสรรคที่ไม่รุนแรงมากนัก ในการทดสอบบนเส้นทางที่มีเนินสลับ ซีคร 7X สามารถถ่ายเทกำลังไปยังล้อที่ยังคงยึดเกาะพื้นได้อย่างชาญฉลาด ทำให้รถเคลื่อนตัวไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือการให้ตัวของช่วงล่างที่ยอดเยี่ยม ช่วยลดอาการโคลงของตัวรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจและสบายตัวแม้ในสภาพเส้นทางที่ขรุขระ
ในสถานการณ์การขึ้นเนินชัน พละกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ส่งออกมาในทันที (instant torque) คือข้อได้เปรียบที่สำคัญของ รถยนต์ไฟฟ้า ZEEKR 7X ช่วยให้การไต่ขึ้นเนินเป็นไปอย่างราบรื่นและง่ายดาย และเมื่อต้องหยุดกลางเนินแล้วออกตัวใหม่ ระบบจัดการพลังงานก็ทำได้อย่างชาญฉลาด ไม่ส่งกำลังออกมามากเกินไปจนทำให้ล้อฟรีทิ้ง ซึ่งเป็นปัญหาที่มักพบในรถยนต์สันดาปภายใน ส่วนการลงเนินสูงนั้น ระบบ HDC (Hill Descent Control) หรือระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันอัตโนมัติ ทำงานได้อย่างนุ่มนวลและแม่นยำ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังขับรถยุโรปพรีเมียม ทำให้การลงเนินเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย
พวงมาลัยของ ZEEKR 7X ยังคงให้ความมั่นคงและแม่นยำแม้ในขณะวิ่งผ่านเส้นทางขรุขระ ไม่มีอาการสั่นหรือตีมือแต่อย่างใด ซึ่งเป็นจุดเด่นที่แสดงให้เห็นถึงการออกแบบวิศวกรรมช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวที่ยอดเยี่ยม ทำให้สรุปได้ว่าในเรื่องของ ZEEKR 7X ลุย นั้น สามารถสอบผ่านได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ห้องโดยสารระดับ First Class: ความหรูหราที่มาพร้อมนวัตกรรม
ภายในห้องโดยสารของ ZEEKR 7X คือการรังสรรค์พื้นที่แห่งความสะดวกสบายและความหรูหราที่แท้จริง ไม่ต่างจากเลานจ์ระดับ First Class ที่เคลื่อนที่ได้ เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Nappa คุณภาพสูง ซึ่งไม่เพียงแต่มอบสัมผัสที่นุ่มนวลและละเอียดอ่อน แต่ยังมาพร้อมฟังก์ชันระบบนวดและเป่าลมสำหรับเบาะคู่หน้า ช่วยลดความเมื่อยล้าในการเดินทางระยะไกล หรือผ่อนคลายหลังจากวันทำงานที่หนักหน่วง
สิ่งที่พิเศษยิ่งกว่าคือเบาะหลังที่สามารถปรับเอนด้วยระบบไฟฟ้า ทำให้ผู้โดยสารด้านหลังสามารถปรับท่านั่งให้เหมาะสมกับกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน, การพักผ่อน, หรือแม้แต่การรับชมความบันเทิง สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดทุกมิติของการออกแบบภายในที่คำนึงถึงทุกอิริยาบถและความต้องการของผู้โดยสารทุกคน ซึ่งถือเป็นการยกระดับ ห้องโดยสารพรีเมียม ZEEKR 7X ให้ก้าวไปอีกขั้น
ระบบสารสนเทศและความบันเทิงของ ZEEKR 7X เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สะท้อนความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี:
หน้าจอกลาง Mini LED ขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด 3.5K: มอบภาพที่คมชัด สีสันสดใส และรายละเอียดที่แม่นยำ เหมาะสำหรับการนำทาง การรับชมสื่อบันเทิง และการควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของรถ
หน้าจอ AR HUD (Augmented Reality Head-Up Display) ขนาด 36.21 นิ้ว: ฉายข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการขับขี่ รวมถึงข้อมูลนำทางแบบเสมือนจริงขึ้นบนกระจกหน้ารถโดยตรง ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นข้อมูลได้โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายอย่างมหาศาล
หน้าจอ Cluster ขนาด 13.02 นิ้ว: แสดงข้อมูลการขับขี่ทั้งหมดในรูปแบบที่อ่านง่ายและสวยงาม
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนระบบ Infotainment ทั้งหมดนี้คือ ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8295 Processor ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 5nm ซึ่งเป็นชิประดับเรือธงที่พบได้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำ มอบการประมวลผลที่รวดเร็ว ลื่นไหล และตอบสนองต่อคำสั่งได้อย่างฉับไว ทำให้การใช้งานฟังก์ชันต่างๆ บนหน้าจอเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ
สำหรับประสบการณ์ด้านเสียง ZEEKR Sound Pro ที่มาพร้อมลำโพงคุณภาพสูงถึง 21 ตำแหน่งรอบคัน มอบมิติเสียงรอบทิศทางเสมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์หรือสตูดิโอส่วนตัว สร้างบรรยากาศที่ดื่มด่ำและเติมเต็มทุกการเดินทางให้สมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ที่รักเสียงเพลงจะประทับใจใน ประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับ ที่ ZEEKR 7X มอบให้
ความปลอดภัยที่ไม่ประนีประนอม: พื้นฐานที่แข็งแกร่งสู่โลกอนาคต
ความปลอดภัยคือหัวใจหลักในการออกแบบ ZEEKR 7X สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม SEA (Sustainable Experience Architecture) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่พัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดเป็นอันดับแรก แพลตฟอร์มนี้ไม่เพียงแต่ให้ความแข็งแกร่งทางโครงสร้าง แต่ยังถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการชนและกระจายแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งได้รับการยืนยันด้วยคะแนน Euro NCAP 5 ดาว โดยเฉพาะคะแนน 91% สำหรับการปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ และ 90% สำหรับการปกป้องผู้โดยสารเด็ก แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกที่ ZEEKR 7X ยึดมั่น
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ZEEKR AD ทำงานร่วมกับ Dual Mobileye Chips ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและช่วยเหลือผู้ขับขี่ ด้วยเซ็นเซอร์และกล้องรอบคัน ระบบนี้สามารถทำงานในระดับ Level 2+ Autonomous Driving ช่วยเพิ่มความแม่นยำและปลอดภัยในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ หรือระบบเตือนการชนด้านหน้า ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่งของ ระบบความปลอดภัยสูงสุด ที่ติดตั้งมาใน รถยนต์ไฟฟ้า ZEEKR 7X
นอกจากนี้ โครงสร้างตัวรถแบบ Dome-Shaped และโครงสร้างตัวถังด้านหลังแบบ Single Piece Die-Cast ชิ้นเดียวไร้รอยต่อ ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของตัวถัง ลดน้ำหนัก และส่งผลให้ประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีขึ้น ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ZEEKR ในการสร้างยานยนต์ที่ปลอดภัยและล้ำสมัยอย่างแท้จริง
ZEEKR 7X ในตลาดประเทศไทย: ราคา การรับประกัน และอนาคตที่สดใส
สำหรับตลาดประเทศไทย ZEEKR 7X มีราคาคาดการณ์ที่น่าสนใจและแข่งขันได้ โดยรุ่น Long Range RWD อยู่ในช่วง 1,700,000 บาท และรุ่น Performance AWD อยู่ในช่วงไม่เกิน 1,900,000 บาท ซึ่งราคาอย่างเป็นทางการจะประกาศในวันที่ 15 สิงหาคม 2568 นี้จาก ZEEKR ประเทศไทย (นำเข้า CBU จากจีน) การตั้งราคาในระดับนี้สะท้อนถึงการวางตำแหน่งของ ZEEKR 7X ให้เป็น SUV ไฟฟ้าหรู ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เมื่อพิจารณาจากเทคโนโลยี สมรรถนะ และออปชันที่จัดเต็ม
ZEEKR ประเทศไทย ยังมอบความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งานด้วยการรับประกันคุณภาพที่เหนือกว่า:
รับประกันคุณภาพตัวรถ (Warranty) นาน 5 ปี หรือ 150,000 กม.
รับประกันแบตเตอรี่และมอเตอร์ นาน 8 ปี หรือ 180,000 กม. ซึ่งเป็น การรับประกันแบตเตอรี่ ที่ยาวนาน สร้างความอุ่นใจให้กับเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า
บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน นาน 8 ปี หรือ 180,000 กม.
การบริการหลังการขายและการรับประกันที่ครอบคลุมนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ZEEKR 7X ประเทศไทย สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และผมเชื่อว่า ZEEKR 7X จะกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ทรงพลังและน่าจับตาในกลุ่ม รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม อย่างแน่นอน
บทสรุป: นิยามใหม่แห่งยานยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์
จากการวิเคราะห์เชิงลึกและประสบการณ์ตรงในการทดสอบ ZEEKR 7X ผมมั่นใจว่ารถยนต์ไฟฟ้า SUV คันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่พาหนะ แต่เป็นนวัตกรรมที่ redefine คำว่า “อเนกประสงค์” ในโลกของ EV ได้อย่างแท้จริง ด้วยสมรรถนะอันทรงพลังจาก เทคโนโลยี 800V ห้องโดยสารที่หรูหราและเต็มเปี่ยมด้วยนวัตกรรม ความปลอดภัยระดับสูงสุด และความสามารถในการลุยเส้นทางออฟโรดเบาๆ ที่น่าประทับใจ ทำให้ ZEEKR 7X ไฟฟ้า เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นและไม่มีใครเหมือนในตลาดปัจจุบัน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้า ที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์การเดินทางในชีวิตประจำวัน แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ พร้อมความท้าทายในทุกเส้นทาง ZEEKR 7X คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่ผสานความหรูหรา ความแรง และความอเนกประสงค์ไว้ในหนึ่งเดียว ถือเป็นก้าวสำคัญที่ ZEEKR ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และพร้อมที่จะเป็นผู้นำเทรนด์ยานยนต์ในอนาคต
อย่ารอช้าที่จะได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างและเหนือชั้นด้วยตัวคุณเอง หากคุณสนใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ ขอเชิญทุกท่านที่กำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้า ZEEKR 7X ติดต่อผู้จำหน่าย ZEEKR ประเทศไทย หรือเยี่ยมชมโชว์รูมใกล้บ้าน เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและสัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตคันนี้ได้ก่อนใคร