
ฮาวาล โจไลออน: ถอดรหัสปรากฏการณ์ SUV ไฮบริด อัจฉริยะ – มุมมองผู้เชี่ยวชาญยานยนต์ 10 ปี ในตลาดไทย (อัปเดต 2026)
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้าสังเกตและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ตลาดของเราได้เผชิญหน้ากับการปฏิวัติครั้งสำคัญ ทั้งจากกระแสความตื่นตัวด้านพลังงานทางเลือกและสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหนึ่งในผู้เล่นที่เข้ามาสร้างสีสันและกำหนดทิศทางใหม่ๆ ได้อย่างน่าจับตาคือ Great Wall Motor (GWM) ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ และหนึ่งในนั้นคือ ฮาวาล โจไลออน (HAVAL JOLION) เอสยูวีไฮบริดอัจฉริยะที่เข้ามาเขย่าบัลลังก์ในเซกเมนต์ B-SUV ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ย้อนกลับไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การจะได้สัมผัสเทคโนโลยีล้ำสมัยในรถยนต์สักคันนั้นมักจะมาพร้อมป้ายราคาที่สูงลิบลิ่วจนยากจะเอื้อมถึง ทว่าในปี 2026 นี้ เราได้เห็นยุคที่เทคโนโลยีกลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นอย่างก้าวกระโดด แม้เศรษฐกิจจะผันผวน แต่ราคาของรถยนต์ในตลาดไทยกลับมีการแข่งขันที่เข้มข้นยิ่งขึ้น ผู้ผลิตต่างงัดไม้เด็ดทั้งด้านราคา คุณภาพ และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด GWM ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกยานยนต์พลังงานใหม่จากจีน ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วด้วยความสำเร็จของ ORA GOOD CAT และต่อยอดมายังแบรนด์อื่นๆ อย่าง HAVAL และ TANK โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ไฮบริด ซึ่ง ฮาวาล โจไลออน คือจิ๊กซอว์สำคัญที่เติมเต็มพอร์ตโฟลิโอของ GWM และกลายเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์อัจฉริยะที่คุ้มค่า
ราคาและรุ่นจำหน่าย: ความคุ้มค่าที่เหนือกว่าคาดหมาย
เมื่อพิจารณาถึงตำแหน่งทางการตลาดของ ฮาวาล โจไลออน สิ่งแรกที่ต้องกล่าวถึงคือเรื่องของราคาที่วางจำหน่าย ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้รถรุ่นนี้ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วในปี 2024 และยังคงความน่าสนใจมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยการตั้งราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ ฮาวาล โจไลออน กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการอัปเกรดจากรถยนต์ซีดานหรือรถยนต์อีโคคาร์ ไปสู่เอสยูวีที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี โดยเฉพาะในรุ่น Ultra ที่ผมได้มีโอกาสสัมผัสและทดสอบอย่างละเอียด
รุ่น Sport: ราคาเริ่มต้นที่ 799,000 บาท (โปรโมชั่นพิเศษอาจมีการเปลี่ยนแปลง)
รุ่น Ultra: ราคา 999,000 บาท (พร้อมข้อเสนอพิเศษต่างๆ)
สิ่งที่น่าสนใจคือ GWM มักจะนำเสนอแคมเปญส่งเสริมการขายที่ดึงดูดใจอยู่เสมอ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของ ฮาวาล โจไลออน ได้ในราคาที่น่าคบหามากยิ่งขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกที่ให้ความสำคัญกับ ‘Value for Money’ หรือความคุ้มค่าที่ผู้บริโภคจะได้รับ
มิติและสไตล์การออกแบบภายนอก: ความลงตัวของความสปอร์ตและความทันสมัย
ฮาวาล โจไลออน มีมิติตัวถังที่เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองใหญ่และยังคงความคล่องตัวสำหรับการเดินทางต่างจังหวัด ด้วยความยาว 4,472 มม. กว้าง 1,841 มม. และสูง 1,626 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 2,700 มม. ซึ่งเป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง และความสูงใต้ท้องรถ 168 มม. ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่บนพื้นผิวที่หลากหลายในประเทศไทย
ด้านการออกแบบภายนอกของ ฮาวาล โจไลออน โดยเฉพาะรุ่น Ultra นั้นโดดเด่นด้วยปรัชญาการออกแบบที่ผสมผสานความสปอร์ตและความล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว กระจังหน้าแบบ Star Matrix พร้อมโลโก้ HAVAL ที่เป็นเอกลักษณ์ดึงดูดสายตาได้ตั้งแต่แรกเห็น ไฟหน้า Intelligent LED ไม่เพียงแค่ให้ความสว่างสูงสุด แต่ยังมาพร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และฟังก์ชันพิเศษอย่าง Welcome Light ที่ส่องสว่างต้อนรับเมื่อปลดล็อกรถ และ Follow Me Home ที่ช่วยส่องทางหลังดับเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงถึงความใส่ใจในประสบการณ์ผู้ใช้งาน สำหรับผมแล้ว การติดตั้งกล้องหน้าและเซ็นเซอร์ 6 จุดบริเวณด้านหน้า รวมถึงกล้องบนกระจกบังลมหน้าที่ทำหน้าที่ตรวจจับเส้นเลน แสงไฟ และวัตถุต่างๆ เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการผสานเทคโนโลยีความปลอดภัยเข้ากับการออกแบบได้อย่างไร้รอยต่อ
กระจกมองข้างที่สามารถปรับและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า มาพร้อมไฟเลี้ยวในตัวและระบบ Blind Spot Monitor ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยในการเปลี่ยนเลน ส่วนหลังคา Panoramic Sunroof ขนาดใหญ่ที่สามารถเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า หรือแม้แต่สั่งงานด้วยเสียง “สวัสดีฮาวาล เปิดซันรูฟ” เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่สร้างความประทับใจและยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้เหนือกว่ารถในระดับราคาเดียวกัน
ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์ทูโทนในรุ่น Ultra เสริมบุคลิกความสปอร์ตได้อย่างสมบูรณ์แบบ แตกต่างจากรุ่น Sport ที่เป็นสีดำทั้งวง ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ ให้ประสิทธิภาพการหยุดรถที่ดีเยี่ยม ด้านท้ายรถยังคงความทันสมัยด้วยไฟท้าย LED เต็มระบบ และชุดดิฟฟิวเซอร์ดีไซน์สปอร์ต พร้อมกล้องหลังและเซ็นเซอร์ท้าย 6 จุด ช่วยเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการถอยจอด
ห้องโดยสาร: “Futuristic” ที่ใช้งานได้จริง
การก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ ฮาวาล โจไลออน รุ่น Ultra ให้ความรู้สึกราวกับกำลังเข้าสู่ห้องควบคุมยานอวกาศขนาดเล็ก ภายใต้แนวคิด “Futuristic” การออกแบบภายในเน้นความกว้างขวาง สะดวกสบาย และลดทอนปุ่มควบคุมต่างๆ ลงไปให้มากที่สุด เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่เรียบง่ายและเป็นระเบียบ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ให้การรองรับสรีระที่ดีเยี่ยมสำหรับการเดินทางระยะไกล ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับแมนนวล 4 ทิศทาง
พวงมาลัยไฟฟ้าที่สามารถปรับน้ำหนักได้ 3 ระดับ พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชันสำหรับควบคุมเครื่องเสียง หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ และระบบ Adaptive Cruise Control ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว การมาของจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 7 นิ้ว และ Head-Up Display (HUD) ที่แสดงข้อมูลสำคัญบนกระจกบังลมหน้า ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน เป็นการยกระดับความปลอดภัยและประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้น
หัวใจสำคัญของห้องโดยสารคือหน้าจอมัลติมีเดียแบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay, Android Auto, Bluetooth และฟังก์ชันต่างๆ เช่น Joox และ Navigator ที่สามารถระบุ Point of Interest ทั้งร้านอาหาร ปั๊ม และห้างสรรพสินค้าได้อย่างแม่นยำ เมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง หน้าจอจะแสดงภาพจากกล้องมองหลังพร้อมมุมมอง 360 องศา ความคมชัดระดับ HD ซึ่งช่วยให้การจอดรถในพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา แม้การปรับตั้งค่าจะทำผ่านหน้าจอสัมผัส ซึ่งอาจต้องใช้เวลาปรับตัวเล็กน้อยในช่วงแรก แต่เมื่อคุ้นเคยแล้วก็ถือว่าใช้งานได้สะดวก และยังมาพร้อมระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย (Wireless Charger) ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลได้อย่างลงตัว
เบาะหลังของ ฮาวาล โจไลออน ได้รับการออกแบบมาอย่างดี นุ่มสบาย สามารถนั่งเดินทางไกลได้โดยไม่เมื่อยล้า พนักพิงพับได้แบบ 60:40 ซึ่งเมื่อพับลงจะเรียบสนิท เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้มากถึง 1,069 ลิตร อีกทั้งยังมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่รถยนต์ในเซกเมนต์นี้หลายคันมักจะละเลย จากการทดสอบนั่งจริง ผู้ใหญ่สามคนสามารถนั่งได้อย่างไม่อึดอัด พื้นที่วางขาเหลือเฟือ ถือว่าเป็นการออกแบบภายในที่คำนึงถึงการใช้งานจริงในครอบครัวได้อย่างยอดเยี่ยม
ขุมพลังและสมรรถนะ: ประสิทธิภาพไฮบริดที่เหนือความคาดหมาย
ฮาวาล โจไลออน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า มอบพละกำลังรวมสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 375 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังเป็นแบบ DHT (Dedicated Hybrid Transmission) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับรถยนต์ไฮบริด เพื่อรองรับการทำงานที่หลากหลายและให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการขับเคลื่อน
จากประสบการณ์ตรง ฮาวาล โจไลออน ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ไฮบริดที่เน้นการประหยัดพลังงานเท่านั้น แต่ยังให้สมรรถนะการขับขี่ที่น่าประทับใจ แม้เครื่องยนต์สันดาปจะมีขนาด 1.5 ลิตร แต่ด้วยการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้การออกตัวและการเร่งแซงเป็นไปอย่างกระฉับกระเฉง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในโหมด Sport ทำได้ภายในเวลาประมาณ 9 วินาที ซึ่งถือว่ารวดเร็วสำหรับเอสยูวีขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือระดับพลังงานในแบตเตอรี่ หากแบตเตอรี่เหลือน้อย กำลังจะลดลงเล็กน้อย แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้มากนัก เพราะ ฮาวาล โจไลออน มีเทคโนโลยี Intelligent Single Pedal (หรือที่รู้จักกันในชื่อ One-Pedal Driving) ซึ่งช่วยให้สามารถเร่งหรือชะลอความเร็วได้ด้วยคันเร่งเดียว ขณะยกเท้าออกจากคันเร่ง รถจะชะลอตัวและมอเตอร์จะปั่นไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่เพียงช่วยลดการสึกหรอของผ้าเบรก แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานได้อย่างชัดเจน
ประสบการณ์การขับขี่และระบบช่วงล่าง: มั่นคงและนุ่มนวล
ฮาวาล โจไลออน มีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 4 โหมด ซึ่งมอบประสบการณ์ที่แตกต่างกัน:
โหมดประหยัด (ECO): คันเร่งจะตอบสนองช้าลง เน้นการขับขี่ที่นุ่มนวลและประหยัดพลังงานสูงสุด เหมาะสำหรับการจราจรในเมือง
โหมดมาตรฐาน (Normal): การตอบสนองของคันเร่งเป็นไปตามปกติ เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป
โหมดสปอร์ต (Sport): คันเร่งตอบสนองไวขึ้น เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานประสานกันอย่างเต็มที่ เพื่อมอบอัตราเร่งที่รวดเร็วทันใจ
โหมดพื้นหิมะ (Snow): ออกแบบมาสำหรับการขับขี่บนพื้นผิวลื่น ช่วยลดการฟรีของล้อและเพิ่มเสถียรภาพ
นอกจากนี้ ยังมีโหมดสำหรับขับลุยน้ำ ซึ่งระบบจะตัดการทำงานของระบบไฮบริดและใช้เครื่องยนต์สันดาป 100% เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับระบบไฟฟ้า
ด้านช่วงล่างของ ฮาวาล โจไลออน นั้นได้รับการปรับเซ็ตมาในแนวเฟิร์ม (Firm) แต่ไม่ถึงกับกระด้าง ซึ่งแตกต่างจาก Haval H6 ที่จะออกไปทางนุ่มนวลกว่าเล็กน้อย การเซ็ตอัพแบบนี้ช่วยให้การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง หรือการเปลี่ยนเลนกะทันหันมีความมั่นใจในระดับหนึ่ง สำหรับการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ ช่วงล่างสามารถเก็บอาการของหลุมบ่อบนถนนได้ดีเยี่ยม ส่วนการเดินทางด้วยความเร็วสูง ตัวรถให้ความรู้สึกนิ่งและควบคุมง่าย จังหวะที่ขับข้ามคอสะพาน หรือเนินต่างๆ ตัวรถไม่มีอาการดีดหรือโคลงเคลงให้รู้สึกไม่มั่นคง ในแง่ของการเก็บเสียง ถือว่าทำได้ดีในระดับที่น่าพอใจ เสียงลมจะเริ่มเล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสารเมื่อความเร็วแตะ 110 กม./ชม. ขึ้นไป ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรถในเซกเมนต์นี้
ระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (ADAS): ก้าวล้ำเหนือคู่แข่ง
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของ ฮาวาล โจไลออน คือการอัดแน่นด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง (ADAS) ที่ทำงานร่วมกับกล้องและเซ็นเซอร์ต่างๆ โดยเฉพาะชิปประมวลผล EYEQ4 ของ Mobileye ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี AI สำหรับยานยนต์
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control – ACC): ระบบนี้ทำงานได้อย่างราบรื่นและเป็นธรรมชาติ โดยจะปรับลดความเร็วเพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า และสามารถหยุดรถและออกตัวได้เอง (Stop & Go) ซึ่งช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ระยะไกล หรือในสภาวะการจราจรติดขัด
ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ 3 รูปแบบ (IIP): สำหรับมือใหม่หัดขับหรือผู้ที่ไม่ถนัดการจอดรถ ฟีเจอร์นี้คือไม้ตาย ฮาวาล โจไลออน สามารถตรวจจับพื้นที่จอดได้ทั้งแบบแนวตรง แนวเฉียง และการจอดเทียบข้าง จากนั้นระบบจะเข้าควบคุมการจอดให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งแม้จะต้องใช้เวลาเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือการจอดที่แม่นยำไร้ที่ติ และเป็นอีกหนึ่งคุณค่าที่มอบความสบายใจให้กับผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยอื่นๆ เช่น ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบเตือนการออกจากเลน และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งให้กับผู้โดยสาร และเป็นมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ในราคาไม่ถึง 1 ล้านบาท
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: ประหยัดจริงในการใช้งานจริง
จากผลการทดสอบของผม อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงของ ฮาวาล โจไลออน นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจอย่างยิ่ง หากขับขี่โดยเน้นความประหยัดและใช้ประโยชน์จากระบบไฮบริดอย่างเต็มที่ สามารถทำตัวเลขได้สูงถึง 17-19 กม./ลิตร เลยทีเดียว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ประหยัดมากสำหรับรถเอสยูวีขนาดนี้ แต่หากเป็นการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันที่มีการเร่งแซงบ้าง อัตราสิ้นเปลืองจะอยู่ที่ประมาณ 14 กม./ลิตร ซึ่งก็ยังคงเป็นตัวเลขที่ดีเทียบเท่าหรือดีกว่าเอสยูวีทั่วไปในตลาด ฮาวาล โจไลออน จึงเป็นโซลูชันการเดินทางที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะและความประหยัดพลังงานได้อย่างลงตัว ทำให้ลดภาระค่าบำรุงรักษาในระยะยาวและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงได้อย่างมีนัยสำคัญ
สรุป: HAVAL JOLION ทางเลือกที่ “คุ้มค่า” และ “อัจฉริยะ” แห่งยุค
โดยสรุปแล้ว ฮาวาล โจไลออน ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์เอสยูวีไฮบริดทั่วไป แต่เป็นแพ็กเกจที่สมบูรณ์แบบที่นำเสนอความคุ้มค่าเกินราคาอย่างแท้จริง ในยุคที่ตลาดรถยนต์ไทยต้องการทางเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนขึ้น ฮาวาล โจไลออน ได้เข้ามาเติมเต็มช่องว่างด้วยการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ ระบบความปลอดภัยที่ก้าวล้ำ การออกแบบที่ทันสมัย และสมรรถนะการขับขี่ที่น่าประทับใจ ทั้งหมดนี้อยู่ในช่วงราคาที่จับต้องได้ง่าย ทำให้การลงทุนรถยนต์คันนี้เป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด
ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่กำลังมองหารถยนต์คันแรกสำหรับการเริ่มต้นชีวิตครอบครัว ต้องการรถที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองอย่างคล่องตัว หรือมองหารถยนต์คู่ใจที่พร้อมพาคุณออกเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุด ฮาวาล โจไลออน มีคุณสมบัติที่โดดเด่นเพียงพอที่จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ของคุณ ด้วยการสนับสนุนจาก GWM ที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและเครือข่ายบริการหลังการขายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือภูมิภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ คุณจะมั่นใจได้ถึงการดูแลที่ครบวงจร
หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า และต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฮบริดอัจฉริยะที่มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานแน่นเอียดในราคาที่เข้าถึงได้ ผมขอแนะนำให้คุณไปทดลองขับ ฮาวาล โจไลออน ด้วยตัวคุณเองที่โชว์รูม GWM ใกล้บ้านคุณ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไม ฮาวาล โจไลออน ถึงเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ควรมองข้ามในตลาดรถยนต์ไทย ณ วันนี้และในอนาคต