
เจาะลึก Mitsubishi XForce HEV: ปรากฏการณ์แห่งอนาคต SUV ไฮบริด ที่ redefine การขับขี่ในเมืองไทย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของตลาดรถยนต์ไทยมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ยุคทองของอีโคคาร์ไปจนถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์ไฟฟ้า และในวันนี้ เรากำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญที่เทคโนโลยีไฮบริดก้าวขึ้นมาเป็นตัวแปรหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถยนต์ที่สร้างกระแสได้อย่างน่าทึ่งอย่าง Mitsubishi XForce HEV ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์รุ่นใหม่ในตลาด แต่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงรสนิยมและความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน
นับตั้งแต่การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2568 Mitsubishi XForce HEV ได้สร้างปรากฏการณ์ยอดจองถล่มทลายในระยะเวลาอันสั้น สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าชาวไทย นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลลัพธ์จากการวางแผน พัฒนา และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด ทั้งในด้านดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยี และความคุ้มค่า บทความนี้จะเจาะลึกถึงเบื้องหลังความสำเร็จของ Mitsubishi XForce HEV พร้อมวิเคราะห์ว่าทำไมรถยนต์ SUV ไฮบริดรุ่นนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตาที่สุดในตลาดรถยนต์ปี 2569 และจะส่งผลต่อภูมิทัศน์ของรถยนต์อเนกประสงค์ในอนาคตได้อย่างไร
ปรากฏการณ์ยอดจอง: บทพิสูจน์ความเชื่อมั่นใน Mitsubishi XForce HEV
เมื่อย้อนดูสถิติหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Mitsubishi XForce HEV ในวันที่ 20 มีนาคม 2568 ตัวเลขยอดจองที่พุ่งทะยานเกิน 3,000 คันในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ไม่ใช่แค่เพียงตัวเลขที่น่าประทับใจ แต่เป็นเครื่องบ่งชี้ที่ชัดเจนว่ารถยนต์รุ่นนี้ได้ “ซื้อใจ” ผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อ 70% ของยอดจองทั้งหมดมาจากรุ่นท็อปอย่าง Ultimate X ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและฟีเจอร์ระดับพรีเมียมอย่างครบครัน
ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่มาจากการสั่งสมประสบการณ์ของมิตซูบิชิในการพัฒนารถยนต์ไฮบริด โดย Mitsubishi XForce HEV ถือเป็นรถยนต์ไฮบริดรุ่นที่สองถัดจาก Mitsubishi Xpander HEV ที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมก่อนหน้านี้ การต่อยอดและนำเสนอ Mitsubishi XForce HEV ในรูปแบบ SUV ไฮบริดขนาดกะทัดรัด จึงเป็นการเติมเต็มช่องว่างในตลาดและตอบสนองความต้องการของผู้ที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์ที่มาพร้อมประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นและรูปลักษณ์ที่โดดเด่น
เบื้องหลังความสำเร็จ: การพัฒนาและการผลิตเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Mitsubishi XForce HEV ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย คือการมีส่วนร่วมของทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาวไทย และฐานการผลิตที่โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงมาตรฐานคุณภาพระดับโลก และความเข้าใจในสภาพการใช้งานจริงบนท้องถนนของประเทศไทย การผลิตภายในประเทศนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้มั่นใจในคุณภาพการประกอบและการควบคุมมาตรฐานเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นในด้าน บริการหลังการขาย และการเข้าถึงอะไหล่ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
Mitsubishi XForce HEV วางจำหน่ายใน 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Ignite, Ultimate และรุ่นท็อป Ultimate X โดยมีช่วงราคาที่น่าสนใจ:
XForce HEV Ignite: 899,000 บาท
XForce HEV Ultimate: 1,039,000 บาท
XForce HEV Ultimate X: 1,089,000 บาท
แม้บางท่านอาจมองว่า ราคา Mitsubishi XForce HEV ในรุ่นท็อปนั้นอยู่ในระดับที่สูงกว่าคู่แข่งในเซ็กเมนต์เดียวกันเล็กน้อย แต่หากพิจารณาถึงชุดอุปกรณ์ เทคโนโลยี และสมรรถนะที่ได้รับอย่างครบครัน ก็ต้องยอมรับว่านี่คือ การลงทุนรถยนต์ ที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง ด้วยชุดคุณสมบัติที่อัดแน่นจนหลายคนยอมจ่ายเพิ่มเพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด
สุนทรียะแห่งดีไซน์ “Silky & Solid” ที่ผสานความหรูหราและความแกร่งไว้ด้วยกัน
สิ่งที่ดึงดูดสายตาแรกเห็นของ Mitsubishi XForce HEV คือดีไซน์ที่โดดเด่นภายใต้แนวคิด “Silky & Solid” ซึ่งสะท้อนความเรียบหรูสง่างามควบคู่ไปกับความแข็งแกร่งอันทรงพลังในทุกมิติ ดีไซน์ภายนอกที่คมเข้ม ล้ำสมัย โดดเด่นด้วยไฟหน้า T-Shape LED ที่เป็นเอกลักษณ์ และเส้นสายตัวถังที่ให้ความรู้สึกถึงความมั่นคงและพร้อมลุย ไม่แปลกใจที่หลายคนยอมรับว่ารูปลักษณ์ภายนอกของ Mitsubishi XForce HEV เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเลือก
ภายในห้องโดยสารก็ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ให้ความรู้สึกกว้างขวาง โปร่งสบาย และใช้งานได้จริง วัสดุตกแต่งภายในที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ให้สัมผัสที่หรูหราและพรีเมียม เบาะนั่งที่โอบกระชับและพื้นที่เก็บสัมภาระที่ยืดหยุ่น ทำให้ Mitsubishi XForce HEV เป็นมากกว่าแค่รถยนต์อเนกประสงค์ทั่วไป แต่เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมือง หรือการผจญภัยในเส้นทางที่ท้าทาย ที่นั่งด้านหลังยังมอบความสบายอย่างเหลือเชื่อ ให้ประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นและน่าประทับใจสำหรับผู้โดยสารทุกคน
หัวใจแห่งประสิทธิภาพ: เทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION และขุมพลังไฮบริดเจนใหม่
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อน Mitsubishi XForce HEV คือระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (Full Hybrid) เจเนอเรชันใหม่ ภายใต้ชื่อ “MITSUBISHI e:MOTION” ซึ่งเป็นการผสานพลังของเครื่องยนต์เบนซิน รหัส 4A92 ขนาด 1.6 ลิตร MIVEC ที่ให้พละกำลังสูงสุด 107 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 134 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่ให้พละกำลังสูงสุด 116 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร
การทำงานร่วมกันนี้ ส่งผลให้ Mitsubishi XForce HEV มีอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม ตอบสนองฉับไวทันใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความคล่องตัวสูง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.1 kWh และระบบเกียร์อัตโนมัติ 2-Speed Transaxle ทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและทรงพลังไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ Mitsubishi XForce HEV ยังรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด E20 และเคลมอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 24.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่โดดเด่นอย่างมากสำหรับรถยนต์ในกลุ่ม SUV ทำให้เป็น รถยนต์ประหยัดพลังงาน ที่ตอบโจทย์ยุคสมัย
เมื่อเปรียบเทียบกับ Mitsubishi Xpander HEV จะพบว่า Mitsubishi XForce HEV มีการเพิ่มพละกำลังเครื่องยนต์ขึ้นถึง 12 แรงม้า (จาก 95 เป็น 107 แรงม้า) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาที่มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มสมรรถนะและความสนุกในการขับขี่ ในขณะที่ยังคงรักษาความเป็น รถยนต์ไฮบริด ที่มีประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมันไว้อย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิในการนำเสนอ เทคโนโลยีรถยนต์ล่าสุด สู่ตลาด
สมรรถนะเหนือชั้น: ความมั่นใจในทุกเส้นทางด้วย 7 Drive Mode และ AYC
จุดเด่นที่ทำให้ Mitsubishi XForce HEV แตกต่างจากคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด คือสมรรถนะการขับขี่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพถนนที่หลากหลายของประเทศไทยโดยเฉพาะ มาพร้อมกับ 7 โหมดการขับขี่ ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับได้ตามสภาพพื้นผิวและความต้องการ ได้แก่ Normal, Wet, Gravel, Mud, Snow (ซึ่งแม้จะไม่มีหิมะในไทย แต่โหมดนี้ช่วยเรื่องการขับขี่บนพื้นผิวลื่นได้ดีเยี่ยม), และอีกสองโหมดที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ให้ดียิ่งขึ้น โหมดเหล่านี้ไม่เพียงแต่ปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์และเกียร์ แต่ยังรวมถึงการทำงานของระบบความปลอดภัยต่างๆ เพื่อให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างแม่นยำและมั่นคงที่สุด
นอกจากนี้ Mitsubishi XForce HEV ยังติดตั้งระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มิตซูบิชิมีความเชี่ยวชาญ ระบบ AYC นี้จะช่วยควบคุมแรงบิดของล้อแต่ละข้างอย่างอิสระ ทำให้รถสามารถเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ลดอาการอันเดอร์สเตียร์หรือโอเวอร์สเตียร์ เพิ่มความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือบนเส้นทางคดเคี้ยว ระบบ AYC ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ Mitsubishi XForce HEV มีความสามารถในการยึดเกาะถนนและการทรงตัวที่เหนือกว่ารถยนต์ในกลุ่มเดียวกัน สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกสัมผัส
ช่วงล่างและระบบกันสะเทือนได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่เป็นพิเศษ เพื่อให้เหมาะกับทุกสภาพถนนในประเทศไทย จากการทดสอบจริงบนถนนในเมืองไทยกว่า 100,000 กิโลเมตร ไม่ว่าจะเป็นถนนลาดยางเรียบๆ ทางขรุขระ หรือแม้แต่เส้นทางออฟโรดเบาๆ Mitsubishi XForce HEV ก็สามารถมอบความนุ่มนวลในการขับขี่ พร้อมการซับแรงกระแทกที่ดีเยี่ยม ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายตลอดการเดินทาง นี่คือการพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการสร้าง รถยนต์อัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างครบวงจร
ประสบการณ์จริงจากสนามทดสอบ: พิสูจน์แล้วบนถนนเมืองไทย
ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมการทดสอบสมรรถนะของ Mitsubishi XForce HEV ในเส้นทางจริงที่ภูเก็ต-พังงา ซึ่งเป็นบททดสอบที่ครอบคลุมทั้งการขับขี่บนไฮเวย์ การใช้งานในเมือง และแม้กระทั่งสนามจำลองออฟโรด สิ่งที่สัมผัสได้ตั้งแต่แรกคือความประทับใจใน ช่วงล่าง ที่เซ็ตมาได้อย่างลงตัว แม้จะมีบางจังหวะที่รู้สึกแข็งบ้างบนพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบนัก แต่โดยรวมแล้วถือว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานได้อย่างสบายๆ การขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนไฮเวย์ให้ความรู้สึกมั่นคง และเมื่อต้องเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ระบบ AYC ก็เข้ามาช่วยเสริมการทรงตัวได้อย่างแนบเนียน สร้างความมั่นใจให้ผู้ขับขี่ได้อย่างมาก
ในด้านอัตราเร่ง แม้ Mitsubishi XForce HEV จะไม่ได้เน้นความโดดเด่นในด้านความจัดจ้านแบบรถสปอร์ต แต่ก็ให้การตอบสนองที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน สิ่งที่น่าประทับใจอย่างยิ่งคือ อัตราการประหยัดน้ำมัน ซึ่งดีกว่า Xpander HEV อย่างเห็นได้ชัด จากการทดสอบขับขี่บนไฮเวย์แบบไม่เน้นประหยัด ก็ยังสามารถทำได้ถึง 15.6 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ดีเยี่ยม
และไฮไลท์ของการทดสอบอยู่ที่การขับขี่ในเมืองเพื่อทำตัวเลขประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุด ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่งมาก ในกลุ่มนักข่าวที่ร่วมทดสอบ มีบางท่านทำได้สูงถึง 57 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่เหนือความคาดหมาย และแสดงให้เห็นว่าอัตราสิ้นเปลือง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร ที่โรงงานเคลมไว้นั้น สามารถทำได้จริงและอาจทำได้ดีกว่านั้นด้วยเทคนิคการขับขี่ที่เหมาะสม ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่า Mitsubishi XForce HEV เป็น รถยนต์ประหยัดน้ำมัน ที่แท้จริง
ส่วนการทดสอบในรูปแบบ ออฟโรด บนสนามจำลอง คือสิ่งที่สร้างความประหลาดใจอย่างมากสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนสองล้อเช่น Mitsubishi XForce HEV เมื่อขับขี่บนพื้นผิวลูกรัง ระบบช่วงล่างจัดการอาการได้อย่างนุ่มนวล การควบคุมพวงมาลัยทำได้ดีเยี่ยม เมื่อใช้โหมด Mud และระบบต่างๆ ของรถทำงานร่วมกัน Mitsubishi XForce HEV สามารถตะลุยผ่านเนินสลับและพื้นผิวโคลนลื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย ให้ความรู้สึกราวกับกำลังขับรถขับเคลื่อนสี่ล้อ สะท้อนให้เห็นถึงความอเนกประสงค์ของ ครอสโอเวอร์ HEV รุ่นนี้ได้อย่างชัดเจน
ฟีเจอร์เด่นที่เหนือกว่าคู่แข่ง: จากเครื่องเสียงสู่ความเงียบในห้องโดยสาร
หนึ่งในฟีเจอร์ที่ได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลามคือระบบเครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Premium นี่ไม่ใช่เพียงแค่การนำโลโก้มาติด แต่เป็นการร่วมมือที่แท้จริงที่ส่งผลให้คุณภาพเสียงภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi XForce HEV โดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด ให้ประสบการณ์การฟังเพลงที่คมชัดและเต็มอรรถรสในทุกการเดินทาง
นอกจากนี้ การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารก็ทำได้ดีเยี่ยม ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้บรรยากาศภายในรถเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับการเดินทางไกล หรือการผ่อนคลายจากความวุ่นวายของสภาพการจราจรในเมือง นี่คือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สร้างความแตกต่างและยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของ Mitsubishi XForce HEV ให้เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไปในกลุ่ม รถยนต์ SUV ยอดนิยม
การลงทุนที่คุ้มค่า: ข้อดีและข้อสังเกตจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ
โดยสรุปแล้ว Mitsubishi XForce HEV คือรถยนต์ที่ “ของดี” อย่างแท้จริง แม้ ราคา Mitsubishi XForce HEV อาจจะดูสูงไปบ้างสำหรับบางคน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมานั้นคุ้มค่าเกินราคา ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ที่ดึงดูดใจ สมรรถนะที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน เทคโนโลยีที่ทันสมัย และความประหยัดน้ำมันที่โดดเด่น การที่ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกจองรุ่นท็อป ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และฟีเจอร์ระดับพรีเมียมเป็นอันดับแรก
อย่างไรก็ตาม จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ก็มีข้อสังเกตเล็กน้อยในด้านวัสดุตกแต่งภายในบางจุด เช่น บริเวณคอนโซลเกียร์ที่ยังคงใช้วัสดุพลาสติก ซึ่งหากได้รับการอัปเกรดเป็นวัสดุที่ให้สัมผัสพรีเมียมมากขึ้น เช่น การหุ้มหนัง ก็จะยิ่งเสริมให้ภาพลักษณ์ของห้องโดยสารของ Mitsubishi XForce HEV สมบูรณ์แบบและสอดรับกับตำแหน่งการเป็น รถยนต์อัจฉริยะ ระดับพรีเมียมมากยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์อเนกประสงค์ ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครัน ทั้งในด้านประสิทธิภาพการขับขี่ การประหยัดน้ำมัน ดีไซน์ที่ล้ำสมัย และเทคโนโลยีความปลอดภัย Mitsubishi XForce HEV คือตัวเลือกที่ยากจะปฏิเสธ การผสานรวมกันของเทคโนโลยีไฮบริด การออกแบบที่ชาญฉลาด และการปรับแต่งให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของไทย ทำให้ Mitsubishi XForce HEV ไม่ใช่แค่รถยนต์ที่น่าสนใจ แต่เป็นรถยนต์ที่ “ใช่” สำหรับหลายๆ คนในยุคนี้และในอนาคตอันใกล้
ก้าวสู่ประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับวันนี้
จากประสบการณ์กว่า 10 ปีในวงการยานยนต์ ผมสามารถยืนยันได้ว่า Mitsubishi XForce HEV ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ชั่วคราว แต่เป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งและจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด SUV ไฮบริด อย่างแน่นอน ด้วยคุณสมบัติที่อัดแน่นและสมรรถนะที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง การเดินทางไกล หรือการลุยเบาๆ บนเส้นทางออฟโรด รถยนต์คันนี้พร้อมมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้คุณ
อย่ารอช้าที่จะสัมผัสประสบการณ์แห่งอนาคตด้วยตัวคุณเอง ผมขอแนะนำให้คุณนัดหมายทดลองขับ Mitsubishi XForce HEV ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม Mitsubishi ใกล้บ้านคุณ เพื่อสัมผัสสมรรถนะและฟีเจอร์ต่างๆ ด้วยตนเอง หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน สินเชื่อรถยนต์ และ ประกันรถยนต์ เพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นเจ้าของ Mitsubishi XForce HEV อย่างมั่นใจ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมรถยนต์คันนี้ถึงเป็นดาวเด่นที่ทุกคนพูดถึงในวันนี้